"เป้าหมาย" จุดเริ่มความสำเร็จ

×

Error message

  • Deprecated function: Array and string offset access syntax with curly braces is deprecated in require_once() (line 341 of /home/kriengsak/domains/kriengsak.com/public_html/includes/module.inc).
  • Deprecated function: Array and string offset access syntax with curly braces is deprecated in require_once() (line 341 of /home/kriengsak/domains/kriengsak.com/public_html/includes/module.inc).
  • Deprecated function: Array and string offset access syntax with curly braces is deprecated in require_once() (line 341 of /home/kriengsak/domains/kriengsak.com/public_html/includes/module.inc).
  • Deprecated function: Array and string offset access syntax with curly braces is deprecated in require_once() (line 341 of /home/kriengsak/domains/kriengsak.com/public_html/includes/module.inc).
  • Deprecated function: Array and string offset access syntax with curly braces is deprecated in require_once() (line 341 of /home/kriengsak/domains/kriengsak.com/public_html/includes/module.inc).
  • Deprecated function: Array and string offset access syntax with curly braces is deprecated in require_once() (line 341 of /home/kriengsak/domains/kriengsak.com/public_html/includes/module.inc).
  • Deprecated function: Array and string offset access syntax with curly braces is deprecated in require_once() (line 341 of /home/kriengsak/domains/kriengsak.com/public_html/includes/module.inc).
.ดร.เกรียงศักดิ์เจริญวงศ์ศักดิ์
นักวิชาการอาวุโส ศูนย์ศึกษาธุรกิจและรัฐบาล มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
 
 
คำว่า "ความสำเร็จ" เป็นสิ่งที่แยกออกไม่ได้จากคำว่า "เป้าหมาย" ถ้าไม่มีคำว่า "เป้าหมาย" ก็ย่อมไม่มีคำว่า "ความสำเร็จ" เพราะความสำเร็จที่จริงแท้ย่อมเปรียบได้กับนักธนูที่วาดเป้าไว้ก่อน แล้วยิงลูกธนูเข้าสู่เป้าได้อย่างแม่นยำ นักธนูที่ยิงลูกธนูออกไปก่อน แล้วค่อยวิ่งตามไปวาดเป้าล้อมลูกธนูทีหลัง ย่อมไม่อาจเรียกว่า "นักธนูที่ประสบความสำเร็จ" ได้อย่างแท้จริง
 
การทำอะไรอย่างมีเป้าหมายเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเป้าหมายคือแรงบันดาลใจที่เป็นพลังกระตุ้นให้เราบุกบั่นฝ่าฟันไปเพื่อได้ในสิ่งที่ต้องการ ผู้ที่ปรารถนาความสำเร็จในชีวิตย่อมไม่ปล่อยให้ชีวิตล่องลอยอย่างไร้จุดหมาย แต่เขาจะเริ่มต้นบริหารเวลาด้วยการนั่งลงคิดพิจารณา แสวงหาเป้าหมายที่มีคุณค่าต่อจิตใจ แล้วพยายามวางแผนการใช้เวลาอย่างดีที่สุด พร้อม ๆ กับมุ่งมั่นบากบั่นสู่เป้าหมายนั้นจนสำเร็จ
 
ดังนั้นเราจำเป็นต้องตระหนักและเอาใจใส่ในการบริหารเวลา บริหารชีวิตของเราอย่างจริงจัง โดยเริ่มจากการตั้งเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจนอันประกอบด้วย

เป้าหมายระยะยาว
เริ่มต้นด้วยการสำรวจดูว่าเรามีความสนใจด้านใดเป็นพิเศษ อาทิ
 
...ชอบเรียนวิชาคำนวณ วิทยาศาสตร์ ภาษา หรือประวัติศาสตร์มากกว่ากัน

...มีความสามารถหรือความถนัดในด้านใดบ้าง
 
...ชอบทำสิ่งใดมากกว่าสิ่งอื่น ๆ

...มีความสุขกับการทำสิ่งใดมากที่สุด
 
...ถ้าหากเลือกได้อยากเลือกเป็นอะไร หรือประกอบอาชีพอะไรในชีวิต
 
จากนั้นให้พิจารณาอย่างละเอียดว่าสิ่งที่เราสนใจเป็นพิเศษนั้นเป็นสิ่งที่เราสามารถทุ่มเทชีวิตลงไปอย่างเห็นคุณค่าเต็มที่ได้หรือไม่? จะสามารถตั้งเป็นเป้าหมายสูงสุดของชีวิตได้หรือไม่? สิ่งนั้นสอดคล้องกับศักยภาพ ความสามารถ และความพร้อมด้านอื่น ๆ ของเราหรือไม่อย่างไร? ร่วมกับการขอคำปรึกษาแนะนำจากผู้มีประสบการณ์ชีวิตและผู้รู้ต่าง ๆ จนมาถึงจุดตัดที่สามารถตัดสินใจได้ในระดับหนึ่งว่าเราจะเลือกเป็นอะไร ประกอบอาชีพอะไร หรือทำสิ่งใดในช่วงชีวิตระยะยาวโดยสามารถทบทวนปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเป้าหมายนั้นได้ตามความเติบโตของความรู้ ความเข้าใจ รวมทั้งความสนใจที่เปลี่ยนไปได้เสมอ ถ้าเราเชื่อมั่นว่าสิ่งนั้นมีคุณค่า มีความหมายสำหรับเรามากกว่าเป้าหมายเดิม

การตั้งเป้าหมายระยะสั้น
โดยการซอยเป้าหมายระยะยาวที่แน่ชัดแล้วนั้นออกมาเป็นเป้าหมายย่อย ๆ ซึ่งจะช่วยสร้างเสริมเติมต่อให้เป้าหมายระยะยาวไปถึงความสำเร็จ เป้าหมายย่อย ๆ เหล่านี้ย่อมแตกต่างกันไปในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับว่าเป้าหมายใหญ่นั้นคืออะไรและแต่ละคนมีรายละเอียดของชีวิตที่แตกต่างกันอย่างไร
 
นอกจากนี้การตั้งเป้าหมายยังเป็นสิ่งสำคัญที่มีผลต่อความสำเร็จในหน้าที่การงานของเราด้วยเช่นกัน แม้การทำงานอาจเป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่งของการบริหารเวลาหรือการบริหารชีวิต แต่เป็นส่วนประกอบสำคัญยิ่งที่ขาดไม่ได้ในชีวิตที่ประสบความสำเร็จ
 
ในภาคปฏิบัติ การตั้งเป้าหมายการทำงานใด ๆ ควรเริ่มจาก
 
...การรู้จักงานที่เราทำอย่างดีก่อน ศึกษาทำความเข้าใจในงานที่รับผิดชอบอย่างละเอียดรอบคอบ เพราะยิ่งเราเข้าใจในตัวงานนั้นมากเท่าใด โอกาสที่เราจะทำงานนั้นให้สำเร็จอย่างสมบูรณ์ย่อมมีมากขึ้นเท่านั้น และลดโอกาสของความผิดพลาดล้มเหลวที่อาจเกิดขึ้น
 
...ทำความเข้าใจวัตถุประสงค์ของงาน ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นกรอบความคิดในการทำสิ่งใด ๆ เพื่อช่วยในการคิด ตัดสินใจในการทำสิ่งต่าง ๆ ว่าสอดคล้องหรือขัดแย้งกับวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้หรือไม่
 
...ศึกษาลักษณะของงานที่ทำ ว่าเป็นงานที่ต้องใช้ทักษะความสามารถพิเศษด้านใด ใช้เวลามากน้อยเพียงใด ต้องทำให้เสร็จเมื่อใด ต้องทำเมื่อใดจึงเหมาะสมที่สุดต้องใช้ทรัพยากรอะไรบ้าง ต้องใช้ทีมงานมากน้อยเพียงใด ด้านใดบ้าง มีอุปสรรคปัญหาอะไรบ้างที่อาจเกิดขึ้น ฯลฯ ยิ่งเราเข้าใจในลักษณะงานที่ทำมากเท่าใด เรายิ่งมีโอกาสวางแผนรายละเอียดการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น
 
หลังจากนั้นเราจึงเริ่มเขียนลงกระดาษถึงเป้าหมายสูงสุดที่เราอยากเห็นเกิดขึ้น แล้วคิดต่อไปว่าจะใช้วิธีการไปให้ถึงเป้าหมายนั้นได้อย่างไรบ้าง มีกี่วิธี วิธีใดดีที่สุด ต่อจากนั้นจึงเขียนเป็นตารางการดำเนินการในภาคปฏิบัติออกมา เพื่อกำหนดเวลาในการทำตามขั้นตอนได้อย่างชัดเจนขึ้นเราจะพบว่าเวลาที่เราใช้ในการปฏิบัติงานนั้นจะมีประสิทธิภาพและรวดเร็วขึ้นเรื่อย ๆนอกจากนี้ การตั้งเป้าหมายในเรื่องใด ๆ ควรมีความชัดเจน ไม่คลุมเครือ สามารถประเมินผลหรือวัดได้ว่าหรืองานที่เราทำนั้นสำเร็จตรงตามเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่
 
ผมขอให้กำลังใจทุกคนที่ใฝ่หาความสำเร็จในชีวิตว่า ldquo;ขอเพียงเราค้นหาเป้าหมายที่มีคุณค่าสูงส่งต่อจิตใจให้พบ เติมความมุ่งมั่นตั้งใจใส่ลงไป และพยายามอย่างเต็มที่ที่จะควบคุมวินัยไว้ให้ได้ แม้อาจล้มลุกคลุกคลานไปบ้างในบางครั้ง แต่ตราบที่ความตั้งใจยังตั้งมั่นไม่สิ้นสุด ความสำเร็จย่อมอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมอย่างแท้จริงrdquo;
admin
เผยแพร่: 
งานอัพเกรด
เมื่อ: 
2007-10-25