การเมือง

คอร์รัปชันเป็นตัวชี้วัดด้านหนึ่งของการขาดคุณธรรมในสังคมไทย จากการสำรวจสถานการณ์คุณธรรมของสังคมไทย โดยศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ร่วมกับ ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” ซึ่งได้ถามถึงปัญหาวิกฤตทางคุณธรรมที่มีความรุนแรงในสังคมไทย ผู้ตอบแบบสอบถามมองว่า ประเด็นที่วิกฤตมากที่สุด คือ ปัญหาความไม่ซื่อสัตย์สุจริต การทุจริตคอร์รัปชั่น รองลงมา คือ ปัญหาขาดความสามัคคีและความขัดแย้งในสังคม และอันดับสาม คือ ปัญหาขาดจิตสำนึกสาธารณะ ขาดความรับผิดชอบต่อสังคม และเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าส่วนรวม
แม้จะมีการรณรงค์ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นมากขึ้นในปัจจุบัน แต่ผมมองว่า ลึกๆ แล้ว ปัญหาความไม่ซื่อสัตย์สุจริตและคอร์รัปชั่น นับเป็นปัญหาใหญ่ที่คนในสังคมไทยยังยอมรับได้ หากตนเองหรือพวกพ้องยังได้ประโยชน์อยู่
 

     ตลอดปี 2559 มีเหตุการณ์ความรุนแรงและการก่อการร้ายที่สร้างความเสียหายรุนแรงเกิดขึ้นหลายเหตุการณ์ ล่าสุดคือ การก่อการร้ายในบริเวณใกล้เคียงกับสนามกีฬาเมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2559 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 29 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บ 166 คน ซึ่งผมขอแสดงความเสียใจมา ณ ที่นี้

จากการสำรวจ "ดัชนีประสิทธิผลภาคประชาชน" (People Sector Effectiveness Index – PPE Index) ทั้งสองไตรมาสที่ผ่านมา ผลสำรวจพบว่า   ในภาพรวมผู้ตอบแบบสอบถามให้คะแนนภาคประชาชนค่อนข้างดีทุกด้าน โดยในไตรมาสแรกได้คะแนนร้อยละ 66.3  และในไตรมาสสองได้คะแนนเพิ่มเป็นร้อยละ 70.8 หรือขยับขึ้นร้อยละ 4.5 โดยพึงพอใจทั้งด้านประสิทธิผลการทำงาน และด้านการดำเนินงาน ส่วนใหญ่ให้ความเชื่อมั่นในการทำงานที่มีประสิทธิภาพ ตอบสนองได้ตรงความต้องการ รวดเร็ว สามารถทำงานบูรณาการร่วมกับภาคส่วนอื่นได้ดี ที่สำคัญ มีภาพลักษณ์ด้านบวก ทั้งมือสะอาด สร้างผลงาน วางใจได้     
เมื่อไม่นานมานี้ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้เปิดเผยผลสำรวจดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชั่นไทย (Corruption Situation Index : CSI) เดือน ธ.ค. 2557 หากการสำรวจทำได้ดีและเป็นจริงก็แสดงว่า สิ่งที่พบนำกำลังใจแก่เราได้บ้าง เพราะโพลพบว่า สถานการณ์ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นปรับตัวดีขึ้นดีที่สุดในรอบ 5 ปี เอกชนจ่ายเงินเพิ่มให้ข้าราชการเพื่อรับงานจากภาครัฐมีจริงแต่ลดลงบ้าง
นี่เป็นครั้งแรกที่ประชาชนและภาคธุรกิจเห็นว่าสถานการณ์มีโอกาสน่าจะคลี่คลายและปรับตัวดีขึ้นได้ในอนาคต
 
โพสต์ทูเดย์ 
คอลัมน์ : คิดเป็นเห็นต่าง
 
ไม่มียุคใดที่คนในสังคมไทยทุกภาคส่วนจะตื่นตัว แสดงความรู้สึกไม่พอใจ และลุกขึ้นมาต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างจริงจังมากเท่ายุคนี้  จนกล่าวกันว่านี่เป็นสัญญาณที่ดี หากช่วยกันจริงเรามีความหวังว่า ประเทศไทยจะโปร่งใส ไร้การทุจริตคอร์รัปชั่นในแวดวงต่าง ๆ ได้ในอนาคตอันใกล้นี้
 
หากเปรียบสังคมไทยเป็นเช่นเดียวกับบ้านหลังใหญ่ ปัจจุบันก็คงเป็นบ้านที่มีสภาพชำรุดทรุดโทรมลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับในอดีตที่ผ่านมา เนื่องจากต้องเผชิญกับมรสุมรอบด้านจากภายนอกบ้าน และยังต้องประสบกับปัญหาคนในบ้านทะเลาะกัน เกิดความแตกแยกทางสังคมและการแบ่งขั้วทางการเมืองที่ชัดเจนระหว่างขั้วอำนาจต่าง ๆ ท่ามกลางวิกฤตปัญหานานัปการนี้ จะมีทางใดเป็นทางออกของปัญหาที่มีอยู่ในขณะนี้