อนาคต


แหล่งที่มาของภาพ : http://cdn.mommyish.com/files/2012/09/lost-job.jpg

     ในช่วงนี้ ประเทศไทยมีการกล่าวถึงการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียนกันมากขึ้น โดยเฉพาะการเตรียมด้านการศึกษาสำหรับเด็ก ๆ แต่การเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 หรือในอีก 3 ปี ข้างหน้านี้ ไม่เพียงเป็นเรื่องของเด็ก ๆ ที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ คนทำงานทุกคน ทุกเทศทุกวัย และทุกอาชีพ ต้องเตรียมพร้อมด้วย เพราะทุกประเทศอาเซียนต้องเปิดเสรีให้กับการเคลื่อนย้ายสินค้า การบริการ การลงทุน เงินทุน และแรงงานมีฝีมือระหว่างกันอย่างเสรี
     หากเราพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมอาเซียน เราย่อมสามรถแข่งขันในตลาดแรงงานระดับอาเซียนได้ เราจะมีโอกาสได้งานที่ ?ดีกว่าและก้าวหน้ามากกว่าเดิม? แต่ในทางตรงกันข้าม เราอาจต้อง ?ตกงาน? ถูกแรงงานจากประเทศอาเซียนมาแย่งชิงงานไป เพียงเพราะเราขาดความรู้ความสามารถและทักษะบางอย่างที่จำเป็นนั่นเอง  
     ดังนั้น คนทำงานทุกคนจึงไม่ควรนิ่งนอนใจ แต่ต้องวาดวิสัยทัศน์และเตรียมความพร้อมอนาคตของเรา ให้สามารถอยู่รอดได้อย่างมั่นคง โดยต้องพร้อมในเรื่องต่าง ๆ อาทิ
    

     เมื่อต้นเดือนมกราคม 2555 ที่ผ่านมา บริษัทอีสต์แมนโกดัก ผู้ผลิตฟิล์ม กล้องถ่ายรูป และปรินเตอร์  ?โกดัก? ที่ก่อตั้งมานานกว่า 131 ปี เตรียมยื่นขอพิทักษ์ทรัพย์ตามกฎหมายล้มละลาย หลังราคาหุ้นของบริษัทดิ่งฮวบไปร้อยละ 88  ตลอดปีที่ผ่านมา นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องจากการตีตลาดของธุรกิจกล้องดิจิตอล ซึ่งได้รับความนิยมมากกว่ากล้องฟิล์ม จนอาจเรียกได้ว่า แทบไม่มีใครใช้กล้องที่ใส่ฟิล์มแล้วในปัจจุบัน

     โกดัก นับเป็นตัวอย่างล่าสุดของธุรกิจที่ถูกเทคโนโลยี ?ใหม่? เข้ามาตีตลาดและชนะอย่างราบคาบ เพียงเพราะว่าไม่สามารถปรับตัวได้ทัน ต้องแพ้ผู้ที่คิดใหม่ คิดไกล คิดก่อน
      โลกปัจจุบันและอนาคตไม่มีพื้นที่ของผู้ที่หยุดนิ่ง แต่เปิดกว้างสำรับผู้ที่พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งในระดับปัจเจกหรือเราแต่ละคน และในระดับองค์กร
     ?นวัตกรรม" จึงนับเป็นเครื่องมือหนึ่งที่สำคัญในการพัฒนาความสามารถในการแข่งขัน  โดยนวัตกรรม (Innovation) เป็นการใช้ความรู้ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ อันนำมาซึ่งการประดิษฐ์คิดค้นและปรับปรุงกระบวนการผลิตสินค้าและบริการให้มีความแปลกใหม่ขึ้นกว่าเดิมหรือเป็นการนำแนวคิดใหม่มาใช้ 

ยุคที่โลกเชื่อมโยงกันด้วยเทคโนโลยีสื่อสารและระบบคอมพิวเตอร์ โลกไซเบอร์ที่ติดต่อเชื่อมโยงกันกลายเป็นทั้งโอกาสและภัยคุกคามระดับชาติ กลุ่มอาชญากร กลุ่มก่อการร้าย รัฐที่ประสงค์ร้าย รวมทั้งพวกแฮคเกอร์ ต่างเห็นโอกาสและมุ่งหาประโยชน์จากโลกไซเบอร์ ในขณะที่คนจำนวนมากยังไม่ตระหนักถึงความร้ายแรงของภัยคุกคามนี้

ภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่หลายประเทศทั่วโลกเผชิญในปัจจุบันเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และไม่เพียงก่อกวนสร้างความเสียหายเล็กๆ น้อยๆ แต่สามารถถึงขั้นทำสงครามที่เรียกว่า Cyber Warfare โดยอาศัยกลุ่มคนไม่กี่คน และบางครั้งเป็นกลุ่มที่มีภาครัฐสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ดังมีข่าวปรากฏทางสื่อมวลชนบ่อยครั้งที่ประเทศหนึ่งกล่าวหาอีกประเทศหนึ่งว่าอยู่เบื้องหลังจากโจมตีทางไซเบอร์ หลายประเทศตื่นตัวกับการโจมตีไซเบอร์อย่างมาก

 

กรุงเทพธุรกิจ
คอลัมน์ : ดร.แดน มองต่างแดน

ผลประโยชน์จากทรัพยากรน้ำมันเป็นเรื่องอนาคตอีกยาวไกล ผลประโยชน์ที่จับต้องได้ในตอนนี้เป็นที่สนใจมากกว่า มีโอกาสสูงที่ข้อพิพาทหมู่เกาะเตียวหยู/เซนกากุจะนำสู่การเผชิญหน้ากับการโต้ตอบไปมาด้วยคำพูด กองเรือ ผู้ชุมนุม เศรษฐกิจ ฯลฯ แต่เนื่องด้วยทุกฝ่ายต่างเกรงผลเสียมหาศาลหากเรื่องบานปลายจึงพยายามควบคุมให้ความรุนแรงอยู่ในระดับพอเหมาะ ให้การตอบโต้เป็นเพียงหมากกลที่ต่างฝ่ายต่างเดินเพื่อเป้าหมายเบื้องลึกที่หวังไว้

ไม่ว่าจะวิเคราะห์เช่นไร บทสรุปของการวิเคราะห์คือ สหรัฐฯ จะต้องเข้ามาเกี่ยวพันเข้า มาสอดแทรกด้วย จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ หากวันข้างหน้าเมื่อสหรัฐฯ

พูดถึงประเด็นความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะกล่าวถึงบทบาทของสหรัฐฯ ต่อกรณีข้อพิพาทหมู่เกาะเตียวหยู/เซนกากุ (และกรณีข้อพิพาทความขัดแย้งอื่นๆ) ชวนให้คาดการณ์ต่อว่าข้อพิพาทฯ จะไม่สงบลงง่าย ๆ และจะปะทุขึ้นเป็นระยะ ๆ

จากบทความตอนที่แล้ว ผมได้กล่าวถึงบทบาทของคนจีนโพ้นทะเลในการสร้างความมั่งคั่งและการมีส่วนพัฒนาประเทศ ซึ่งเป็นเนื้อหาส่วนหนึ่งในการบรรยายของผมในการประชุม World Chinese Economic Forum ครั้งที่ 4 ส่วนในบทความนี้ผมจะขอกล่าวถึง ทิศทางนโยบายของจีนเกี่ยวกับคนจีนโพ้นทะเล ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดบทบาทของคนจีนโพ้นทะเลในอนาคต

รัฐบาลจีนดำเนินยุทธศาสตร์การใช้ประโยชน์จากคนจีนโพ้นทะเล โดยการสร้างความผูกพันทางอารมณ์ความรู้สึกของชาวจีนโพ้นทะเลกับประเทศบ้านเกิด เช่น การจัดตั้งสถาบันเพื่อเชื่อมโยงความสัมพันธ์กับคนเชื้อสายจีนในต่างประเทศ (เช่น Oversea Chinese Affairs office และ All China?s Federation of Returned Overseas Chinese) การเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมของชุมชนหรือองค์กรของชาวจีนโพ้นทะเล เป็นต้น


แหล่งที่มาของภาพ : http://www.bloggang.com/data/copy/picture/1162720956.jpg

 

กรุงเทพธุรกิจ
คอลัมน์ : ดร.แดน มองต่างแดน

การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา 2012 มีเรื่องน่าสนใจให้ความรู้ข้อคิดดีๆ หลายประการ ประการหนึ่ง คือ การหาเสียงด้วยนโยบาย

ข้อสังเกตประการแรก 
คือ นำเสนอนโยบายที่มีรายละเอียดชัดเจน โดยเฉพาะนโยบายสำคัญที่อยู่ในความสนใจมีข้อแตกต่างชัดเจน จะมีการเปรียบเทียบนโยบายเดียวกันระหว่างพรรคการเมือง ให้ทราบข้อดีข้อเสียที่แต่ละพรรคนำเสนอ

 

กรุงเทพธุรกิจ

คอลัมน์ : ดร.แดน มองต่างแดน

ชาวอเมริกันที่มีปัญหาสุขภาพมาจากคนสองกลุ่มหลัก คือ กลุ่มผู้มีรายได้น้อย พวกด้อยสิทธิกับกลุ่มที่ไม่ใส่ใจสุขภาพ คนกลุ่มแรกมักไม่สามารถซื้อกรมธรรม์ประกันสุขภาพจากบริษัทเอกชน ไม่สามารถเข้าถึงระบบสาธารณสุขคุณภาพสูง ส่วนคนกลุ่มหลังมักมีปัญหาสุขภาพจากชีวิตที่สะดวกสบายขาดการออกกำลังกาย ทุกวันนี้คนอเมริกันร้อยละ 60 มีน้ำหนักเกิน ร้อยละ 26 (หรือเท่ากับ 54 ล้านคน) เป็นโรคอ้วน

ปัจจุบันชาวอเมริกันสามารถเข้าสู่ระบบประกันสุขภาพผ่าน 3 ช่องทาง (คนอเมริกันส่วนใหญ่จะอยู่ในระบบประกันสุขภาพอย่างใดอย่างหนึ่ง) ได้แก่ รัฐบาลเป็นผู้ประกัน บริษัทเอกชนผู้ว่าจ้างเป็นผู้ประกัน และซื้อกรมธรรม์ประกันสุขภาพด้วยตัวเอง

กรุงเทพธุรกิจ
คอลัมน์ : ดร.แดน มองต่างแดน

เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา สถาบันวิจัย
 Center for Strategic and International Studies (CSIS) ได้เผยแพร่งานวิจัยชื่อ U.S. Force Posture Strategy in the Asia Pacific Region: An Independent Assessment เป็นผล

งานวิจัยชิ้นสำคัญที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐ มอบหมายให้ศึกษาแผนการจัดวางกำลังพลในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พร้อมข้อเสนอแนะทางยุทธศาสตร์และเชิงปฏิบัติลงรายละเอียดถึงระดับหน่วยกำลังต่างๆ ของสหรัฐ ที่ประจำการในภูมิภาคนี้

ประเด็นเรื่องความมั่นคงเป็นสิ่งที่รัฐบาลในทุกประเทศให้ความสนใจ มิติเรื่องความมั่นคงที่กล่าวถึงในปัจจุบันไม่ได้มุ่งเน้นเพียงความมั่นคงทางการทหาร ความมั่นคงทางการเมืองหรือความมั่นคงทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังกล่าวรวมมิติอื่นด้วย โดยเฉพาะประเด็นที่มีความสำคัญมากขึ้นนั่นคือ ความมั่นคงทางอาหาร
 
ในอนาคตทุกประเทศมีความเสี่ยงมากขึ้นที่จะประสบปัญหาเรื่องความมั่นคงทางอาหาร แต่หากพิจารณาแนวโน้มประเทศที่มีความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางอาหารมากสุดคงหนีไม่พ้นประเทศจีน ซึ่งมีประชากรคิดเป็นร้อยละ 22 ของโลกและจำนวนประชากรมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันจีนมีพื้นที่เพาะปลูกไม่ถึงร้อยละ 10 ของพื้นที่โลก ในปี 2015 ประชากรของจีนคาดว่าจะเติบโตถึง 1.39 พันล้านคน และรัฐบาลคาดว่าการบริโภคธัญหารในประเทศจะมากถึง 572.5 ล้านตันในปี 2020 ดังนั้นแม้เศรษฐกิจจีนจะขยายตัวสูง ทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่ความมั่นคงด้านอาหารเป็นประเด็นที่สร้างความกังวลให้จีนมากที่สุดในเวลานี้
 
ด้วยเหตุนี้ในต
     Ian Bremmer ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มของ The Eurasia Group ได้เขียนหนังสือออกมาเล่มหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ ชื่อว่า Every Nation for Itself: Winners and Losers in a G- Zero World เพื่ออธิบายถึงสิ่งที่รัฐบาลทุกประเทศกำลังเผชิญอยู่ในเวลานี้ ซึ่งมีหลายประเด็นที่น่าสนใจที่น่าหยิบยกขึ้นมาเป็นแง่คิดสำหรับประเทศไทย
เราอาจเคยได้ยินข่าวและได้เห็นตามหน้าหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับการประชุมร่วมกันในประเด็นที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจโลกของกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลกอย่างกลุ่ม G7 (แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา) หรือกลุ่ม G8 (G7 และรัสเซีย) หรือแม้กระทั่งกลุ่ม G20 (G8 และสหภาพยุโรปร่วมกับประเทศและประเทศระบบเศรษฐกิจเกิดใหม่ขนาดใหญ่อีก 11 ประเทศ คือ อาร์เจนตินา ออสเตรเลีย บราซิล จีน อินเดีย อินโดนีเซีย เม็กซิโก ซาอุดิอาระเบีย แอฟริกาใต้ เกาหลีใต้ และตุรกี) แต่ Bremmer ได้อธิบายว่าโลกของเราปัจจุบันได้เคลื่อนที่จากจุดที่สหรัฐและประเทศพันธมิตรทั้งหลาย (เช่น G7, G8 หรือ G20) เป็นแกนนำของโลกไปแล้ว โลก