ดร.เกรียงศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ในรายการตีข่าวเล่าความ ทาง MVTV 5 เกี่ยวกับการตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยชูนโยบาย ldquo;สร้างเมืองด้วยปัญญาrdquo;และทำให้กรุงเทพฯเป็นเมืองน่าอยู่ติดอับดับโลกใน 12 ปี

มีแนวโน้มเป็นเมืองขยะพิษจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ น้ำท่วมขังและโรคระบาดจากภาวะโลกร้อน เป็นเมืองผู้สูงอายุที่จะกลายเป็นภาระใหม่ รวมทั้งมีแนวโน้มจราจรติดขัดขึ้น เพราะคนเดินทางจากชานเมืองเข้าเมือง ขณะที่มีการสร้างรถไฟฟ้าพร้อม ๆ กัน อย่างไรก็ตาม กรุงเทพฯ มีโอกาสเป็นศูนย์กลางการค้าในภูมิภาค เพราะเป็นเมืองข้อกลางเชื่อมเศรษฐกิจจีน-อินเดีย แนวโน้มเหล่านี้เป็นเรื่องที่ต้องใช้ "ปัญญา" ในวางรากฐานกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันนี้ เพื่อนำพาสู่เมืองน่าอยู่ติดอันดับโลกได้ใน 12 ปีข้างหน้า




ที่มาของภาพ http://laffoff.files.wordpress.com/2007/10/dreamstime_1078333.jpg


ที่มาของภาพ http://www.greenpeace.org.uk/files/images/toxics/e_waste/ewastechina1.jpg

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ที่ผ่านมา ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จัดงาน ldquo;วิสัยทัศน์ กทม. 2020 ความท้าทายที่ต้องเริ่มต้นวันนี้rdquo; ระดมทุนกลุ่มผู้สนับสนุนการเมืองแนวใหม่ ในงานนี้ ดร.เกรียงศักดิ์ ได้ปาฐกถาพิเศษถึงวิสัยทัศน์ กทม.2020และแนวนโยบายรู้วิสัยทัศน์ ซึ่งได้รับกำลังใจจากประชาชนที่มาร่วมงานอย่างล้นหลาม


งานเลี้ยงโต๊ะจีนกว่า 100 โต๊ะ ที่ประชาชนให้การสนับสนุน

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีนอยู่ในระดับที่ดี มีความร่วมมือกันเป็นจำนวนมาก ความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนมีมาอย่างเนิ่นนานแล้ว ความร้อนแรงทางเศรษฐกิจของจีนทำให้จีนมีบทบาทต่อเศรษฐกิจไทยมากขึ้น ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่เพิ่มมากขึ้นมีปัญหาและอุปสรรคที่ทำให้ไทยและจีนไม่ได้ประโยชน์อย่างเต็มที่จากความร่วมมือกัน จำเป็นอย่างยิ่งที่ไทยและจีนควรพัฒนาความร่วมมือกันมากขึ้น
จากการไปบรรยายใน Milken Institute Global Conference ประจำปี 2551 ที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งจัดโดย Milken Institute สถาบันวิจัยอิสระที่เน้นการวิจัย เพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตและฐานะทางเศรษฐกิจของประชากรในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลก การประชุมครั้งนี้ผมได้รับเชิญไปบรรยายวิเคราะห์โอกาสทางการตลาดของเอเชียในอนาคต โดยเน้นการวิเคราะห์จากปัจจัยด้านประชากร