EGO

อิมมานูเอล ค้านท์ (Immanuel Kant) นักปรัชญาที่มีชื่อเสียง กล่าวถึงอีโก้ไว้ว่า
อีโก้ คือ ‘ตัวตนเล็ก ๆ ของเราที่มีค่าสูง'
อีโก้ คือ อัตตา หรือ ตัวตน ที่ตัวเองคิดว่า เราเป็นใคร อาจหมายถึง ตัวเราที่เป็นจริง หรือ เป็นเพียงการรับรู้ตนเอง หรือคิดว่าตัวเองเป็นอย่างไร 
อีโก้ของเราแต่ละคน เป็นส่วนผสมผสาน ระหว่าง ความรู้สึกนึกคิด (mind) ร่างกาย (body) และจิตวิญญาณ (soul) ทำให้เราตระหนักรู้ว่า ตัวเรามีอยู่ เราเป็นใคร ต้องการอะไร และควรตอบสนองต่อสิ่งต่าง ๆ อย่างไร 
อีโก้มีผลต่อความรู้สึกนึกคิดและการกระทำของเรามากน้อยต่างกัน เพราะส่วนผสมสามส่วนนี้ 
  1. ความรู้สึกนึกคิด (mind) เป็นการใช้สติปัญญา การใช้เหตุผล และอารมณ์ ในการประเมินและตัดสินใจ 
  2. ร่างกาย (body) เป็นการตอบสนองตามสัญชาตญาณ มีความปรารถนา ความต้องการ ความอยาก - อยากมี อยากเป็น อยากได้ เพื่อเติมเต็มความพึงพอใจของร่างกายและจิตใจ 
     "คำที่มีอักษร 3 ตัว แต่มีพิษร้ายแรงที่สุด คือ คำว่า "ego"  ความทะนง หรือ ความเห็นแก่ตัว เอาชนะมันให้ได้"
     ข้อความนี้ ผมได้รับจากเพื่อนที่ชอบส่งต่อข้อคิดดี ๆ ผ่านมาทางไลน์  เชื่อว่าเมื่อหลายคนได้อ่าน ก็มักจะเห็นด้วยทันทีว่า อีโก้ นั้นเป็นสิ่งที่ไม่ดี และต้องเอาชนะมันให้ได้ ...
     ในความเป็นจริง ผมคิดว่า ข้อความนี้มองอีโก้ใน "แง่ ร้าย" เกินไป อีโก้โดยตัวมันเองนั้นมีความเป็นกลาง มีทั้ง ส่วนที่ดี และ ส่วนที่ไม่ดี ขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่า ให้อีโก้ทำงานของมันอย่างไร?
     หากวิเคราะห์ในสังคม สามารถแบ่งคนออกเป็น 3 กลุ่ม
ถ้าเราบริหารตัวเองไม่ได้ เราก็บริหารคนอื่นไม่ได้...
     เป็นความจริงที่ว่า ไม่มีความพ่ายแพ้ใด ที่ทำให้คนล้มแล้ว ลุกขึ้นได้ยากที่สุด เท่ากับ ?แพ้ภัยตัวเอง? 
     เราเคยเห็นไหม..คนบางคนเรียนดีมาก ทำงานเก่งมาก แต่ขณะเดียวกันก็หยิ่งมากด้วย และความหยิ่งนี้เองทำให้เขาไม่เคยฟังคำแนะนำของใครเลย ยิ่งมีตำแหน่งสูง ยิ่งบงการทุกอย่างด้วยตนเอง และแน่นอนว่า ไม่มีใครเก่งได้ตลอด ตัดสินใจถูกต้องได้ตลอด จึงเป็นเหตุให้เขาผิดพลาด ล้มเหลวในที่สุด 
     เราเคยเห็นไหม..คนบางคนตั้งใจทำงานอย่างมาก ขยันขันแข็ง แต่หัวหน้าไม่เคยชมเขาเลย น่าเสียดาย แถมหลายครั้งยังถูกตำหนิด้วย เขารู้สึกน้อยใจ ขมขื่นใจ และทำงานไปวัน ๆ ไม่กระตือรือร้น เพราะคิดว่าทำไปก็เท่านั้น จึงทำงานอย่างไม่มีความสุขและแน่นอนว่า...ไม่ก้าวหน้า

นี่..เห็นไหม ผลงานจากไอเดียฉันล้วน ๆ

ดีนะที่ไม่ฟังความคิดของพวกเธอ

ผมทำคนเดียวได้..บอกตรง ๆ ผมไม่ไว้ใจเด็กใหม่พวกนี้

ผมยืนยันว่า จะต้องทำแบบนี้ ถ้าใครไม่เห็นด้วย ก็คงร่วมทีมกันไม่ได้!!?

ลองสำรวจดูว่า คำพูดประมาณนี้เคยออกมาจากปากเราหรือไม่?...

ถ้าเคย...หรือแม้ไม่เคยพูด แต่อาจเคยมีความรู้สึกแบบนี้ในใจ เช่น ชอบทำงานคนเดียว ไม่ชอบทำงานร่วมกับคนอื่น ๆ หรือ มั่นใจตัวเองสูงมาก ๆ ว่า เราคนเดียวทำได้ และทำได้ดีกว่าด้วย หรือถ้าหนักกว่านั้นคือ ชอบทำดี เด่น ดัง กว่าคนอื่น ๆ ฯลฯ ถ้ามีอาการเช่นนี้ แสดงว่า เรามีปัญหา "อีโก้" ที่ต้องแก้ไขแล้ว!!

เตือนไม่เคยฟังเลย ความหวังดีของเราสูญเปล่าจริง ๆ
เบื่อจริง ๆ ไม่อยากร่วมงานกับนายคนนี้เลย คุยโต โอ้อวดตลอด
ดึงดันจะเอาความคิดตัวเองอยู่นั่นแหละ ขอเปลี่ยนทีมได้ไหม?
 
     ในการทำงาน เราอาจเลือกงานได้ แต่ไม่อาจเลือกเพื่อนร่วมงานได้ ดังนั้น จึงมีโอกาสร่วมงานกับเพื่อนที่ไม่ถูกใจ แบบในลักษณะข้างต้นที่ทำให้เรารำคาญ หมั่นไส้ เบื่อหน่าย หงุดหงิด เครียด และทำให้ไม่สามารถขับเคลื่อนงานได้อย่างราบรื่น 
     หากเราต้องปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานที่มี ?อีโก้สูง? เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง ไม่ฟังคำแนะนำตักเตือน ชอบคุยโม้โอ้อวด เราควรทำอย่างไร?
เครียดกับงานยาก ๆ  ดีกว่าเครียดกับคนแย่ ๆ...
     ใครเห็นด้วยกับคำกล่าวนี้ ยกมือขึ้น?
     ผมเชื่อว่า หลายคนคงเห็นด้วย เพราะจากประสบการณ์ทำงานในบทบาทหน้าที่ และตำแหน่งต่าง ๆ มานานกว่า 30 ปี รวมทั้ง จากการได้พูดคุยกับเพื่อน ๆ ลูกศิษย์ และผู้คนในแวดวงต่าง ๆ มักจะเครียดกับปัญหาเกี่ยวกับคน มากกว่าปัญหาเกี่ยวกับงาน ซึ่งแก้ไขได้ยากมากกว่า
     ...ยิ่งหากคนที่มีปัญหานั้นเป็น หัวหน้า หรือ ผู้บังคับบัญชา ด้วยแล้ว ยิ่งเพิ่มความเครียดขึ้นอีกเป็นทวีคูณ เพราะไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร โดยเฉพาะเมื่อบุคคลเหล่านี้มี ?อีโก้สูง?