อนาคต

    วิกฤตความขัดแย้งทางการเมืองและทางความคิดในตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน นอกจากจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อสภาพเศรษฐกิจและสังคมของไทยแล้ว เป็นที่น่าตกใจว่ายังได้ส่งผลกระทบลุกลามไปถึงกลุ่มเด็กและเยาวชนไทยด้วย ซึ่งจากผลการสำรวจความคิดเห็นของเด็กและเยาวชนไทย อายุระหว่าง 15-25 ปี ในเขตกรุงเทพฯ ของศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) เรื่อง ?มองการเมืองไทยผ่านสายตาเยาวชน? เนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ วันที่ 20 กันยายน พ.ศ.2553 พบว่า เยาวชนไทยให้ความสนใจต่อเหตุการณ์ทางการเมืองค่อนข้างน้อยถึงไม่สนใจเลยถึงร้อยละ 62.1แม้ว่าในที่นี้ส่วนใหญ่จะยังเห็นว่าการเมืองเป็นเรื่องของทุกคนในสังคมก็ตาม ขณะที่มีเด็กและเยาวชนไทยถึงร้อยละ 90.6 ระบุว่าในอนาคตไม่อยากเป็นนักการเมือง เนื่องด้วยนักการเมืองมีชื่อเสียงไม่ดี ไม่โปร่งใส ไม่ปลอดภัย และต้องรับผิดชอบคนหมู่มาก สภาพการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ หากไม่ได้รับการแก้ไขคาดว่าจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อการเมืองไทยในอนาคต

       

  ที่มาของภาพ http://www.vcharkarn.com/uploads/150/150460.jpg 

           กระแสโลกในปัจจุบัน เราเริ่มเห็นประเทศพัฒนาแล้วหันกลับมาใช้นโยบายแทรกแซงภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น จากเดิมซึ่งเน้นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ให้เหมาะสมและปล่อยให้กลไกตลาดเป็นผู้ตัดสินว่าอุตสาหกรรมใดมีโอกาสที่จะเติบโต  ขณะนี้บรรดาผู้นำประเทศยักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจของโลกได้ประกาศชัดเจนถึงทิศทางนโยบายเศรษฐกิจของตน ดังตัวอย่างของประธานาธิบดีโอบามาที่ได้กล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐฯต้องตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์เกี่ยวกับอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์มากขึ้น ดังนั้นแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯจึงจัดสรรงบประมาณจำนวนมากเพื่อสร้างนวัตกรรมในภาคอุตสาหกรรม  เช่น  อุตสาหกรรมพลังงานทดแทน รถไฟความเร็วสูงและยานยนต์ขั้นสูง หรือตัวอย่างของนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นซึ่งได้กล่าวไว้เมื่อเดือนเมษายนปีนี้ว่า รัฐบาลญี่ปุ่นต้องการที่จะสร้าง ?บริษัทของญี่ปุ่น? ขึ้นมาใหม่ เพื่อเชื่อมโยงธุรกิจกับรัฐให้มากขึ้น หรือกรณีของคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปที่ประกาศว่าจะใช้นโยบายอุตสาหกรรมเชิงรุก ให้ความสำคัญกับภาคการผลิตมากขึ้น สนใจภาคบริการและอุตสาหกรรมที่ใช้ความรู้เข้มข้นน้อยลง เป็นต้น


?ตั้งครรภ์ระหว่างเรียน ควรได้เรียนต่อหรือไม่??
ประเด็นนี้เป็นที่ถกเถียงในสังคมช่วงที่ผ่านมา จากการที่กรมอนามัยเตรียมเสนอร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองอนามัยเจริญพันธุ์ ต่อคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีสาระสำคัญประการหนึ่งคือ คุ้มครองให้สถานศึกษาอนุญาตให้หญิงมีครรภ์ที่อยู่ในระหว่างเรียนต่อได้ในระหว่างตั้งครรภ์ และกลับมาศึกษาได้อีกครั้งหลังคลอดบุตร
ในประเด็นควรอนุญาตให้เด็กนักเรียนที่ตั้งครรภ์เรียนต่อได้หรือไม่นั้น ผมมองว่า การให้การศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นการ ?ให้โอกาส? และ ?ให้อนาคต? แก่ทุกคนที่เข้ารับการศึกษา และเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ประชาชนทุกคนควรได้รับ ดังนั้น จึงไม่ควรมีใครสักคนที่ถูกปิดกั้น รวมทั้งหญิงที่ตั้งครรภ์ด้วย ย่อมควรได้รับการเปิดโอกาสให้ได้รับการศึกษาต่อไป

   ตั้งครรภ์ระหว่างเรียน


ที่มาของภาพ  http://www.lovecarestation.com/upload/media_library/2010/24-11-2010/672.jpg

บทสรุปการเมืองไทยในปัจจุบัน ไม่ว่าขณะนี้ฝ่ายใดจะเป็นผู้ถือครองอำนาจ และไม่ว่าอนาคตจะเลือกตั้งใหม่อีกสักกี่ครั้ง ประชาธิปไตยของไทยยังไม่พัฒนา การจะพัฒนาประเทศให้เจริญรุ่งเรืองและเข้มแข็งอย่างยั่งยืนได้นั้น จำเป็นต้องตั้งอยู่บนรากฐานขององค์ประกอบหลักสำคัญประการหนึ่ง คือ การใช้อำนาจอธิปไตยในการบริหารจัดการประเทศอย่างถูกต้องดีงาม สามารถนำความสุข สงบ มาสู่ประเทศชาติบ้านเมืองและประชาชนได้อย่างแท้จริง

     วันที่ 1 ต.ค. 2553 ที่จะมาถึงนี้ ประเทศไทยจะมีผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคนใหม่ที่มีชื่อว่า ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ซึ่งจะมารับหน้าที่ต่อจาก นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคนปัจจุบัน ที่จะเกษียณอายุในเดือนกันยายนนี้   

     ดร.ประสาร เปิดเผยว่า ภารกิจแรกที่ต้องเข้ามาดูแลหลังจากรับตำแหน่ง คือ การดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจภายในและภายนอกประเทศ เพื่อให้เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างมั่นคง รวมทั้งต้องทำหน้าที่ในการรักษาเสถียรภาพของค่าเงินบาทให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

          หากพิจารณาสังคมไทยในเวลานี้ การที่จะให้เกิดความปรองดอง / สมานฉันท์ ที่แท้จริงเกิดขึ้นได้นั้น เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนัก เพราะต้องใช้ความเสียสละของผู้ถืออำนาจ ที่ต้องกล้ายอมถอยออกมาจากพื้นที่แห่งอำนาจ เพื่อเปิดให้ทุกฝ่ายหันมาสมานฉันท์เพื่อผลประโยชน์ส่วนรวม ทุกฝ่ายต้องพร้อมจะเสียสละสิ่งที่ตนต้องการ โดยมีเป้าหมายร่วม คือ เพื่อประโยชน์สุขและความสงบสุขของทุกคนในประเทศ

     เมื่อไม่นานมานี้นายกรัฐมนตรีได้แถลงการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 ต่อรัฐสภา ในวงเงิน 2.07 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณขาดดุล 4.2 แสนล้านบาท (ร้อยละ 4.1 ของจีดีพี) และเพิ่มขึ้นจากงบประมาณปี 2553 ถึง 3.7 แสนล้านบาท (ร้อยละ 21.8) เมื่อได้ฟังการอภิปรายและติดตามข่าวสารในเรื่องดังกล่าว ผมมีความคิดเห็นเกี่ยวกับงบประมาณปี 2554 ดังต่อไปนี้



     เมื่อไม่นานมานี้ผมได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นของผมในงานสัมมนาที่จัดโดยมหาวิทยาลัยเกริก เรื่อง ?ยุคสังคมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์: ความฝันหรือความจริงแห่งอนาคต? ซึ่งนอกจากผมแล้วยังมีวิทยากรหลายท่านได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ซึ่งปัจจุบันเป็นนโยบายที่รัฐบาลพยายามผลักดันให้เกิดขึ้นไว้อย่างน่าสนใจ

     ห้องสมุดแห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้รับการยอมรับว่าเป็นห้องสมุดมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพและใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งไม่เพียงแต่จะทำหน้าที่สนับสนุนงานทางด้านวิชาการของคณาจารย์ พนักงานและนักศึกษาในมหาวิทยาลัย แต่ยังเป็นเสมือนคลังสติปัญญาที่นักวิจัยและนักวิชาการทั่วโลกต่างหลั่งไหลเข้าใช้บริการ