กรณีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ได้ชี้แจงเรื่องเมกะโปรเจกท์หลังจากที่ผมได้อภิปราย ผมคิดว่ามีหลายประเด็นที่รัฐมนตรีสุริยะชี้แจงไม่ชัดเจน คลุมเครือ เหมือนกับยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนในการดำเนินการเรื่องนี้จริง ๆ อาทิ รถไฟฟ้าเจ็ดสายเป็น "เส้นทางแห่งความสุข" เพราะในความจริง ประชาชนยอมรับนานแล้วว่าต้องการให้เกิดขึ้น และการอภิปรายของผมก็ไม่ได้ต้องการล้มเลิกโครงการนี้ เพียงแต่ต้องการชี้ข้อควรระวังและเสนอแนะแนวทางที่น่าจะเหมาะสมกว่า เพื่อเตือนรัฐบาลให้หันกลับมาฉุกคิดและศึกษาอย่างจริงใจว่า โครงการอภิมหาช้างนี้ มีจุดสุ่มเสี่ยงค่

หากพิจารณาสถานการณ์การเมืองในขณะนี้พบว่า รัฐบาลพยายามในการแย่งชิงพื้นที่ทางความคิดของประชาชน โดยอ้างว่าการเลือกตั้งเป็นกติกาประชาธิปไตย แต่ข้ออ้างดังกล่าวถูกเพียงเสี้ยวเดียวเท่านั้น เพราะละเลยความจริงอีกด้านของความเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง นั่นคือ กระบวนการที่ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วม มีสิทธิในการแสดงความคิดเห็น และสามารถแสดงออกถึงจุดยืนทางการเมืองของตนได้ตลอดเวลา

จากปัญหาแอดมิชชั่นเป็นกระแสที่ก่อเกิดความปั่นป่วนแก่เยาวชนและสังคมไทยมากในขณะนี้ มีปัญหามาตั้งแต่การก่อร่างแนวคิดนี้ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น

การสอบคัดเลือกเข้าเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยภายใต้ระบบแอดมิชชั่นที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่อยู่ในขณะนี้ เป็นเรื่องที่รัฐบาลไทยรักไทยและผู้เกี่ยวข้องจะต้องออกมาแสดงความรับผิดชอบอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เนื่องจากปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นล้วนแล้วแต่เป็นผลอันเกิดจากการบริหารนโยบายด้านการศึกษาที่ผิดพลาดของรัฐบาล ดังที่ผมได้กล่าวไว้ในจดหมายฉบับก่อนหน้านี้

แม้ว่าขณะนี้การประกาศผลแอดมิชชั่นยังคงมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับคะแนนที่ผิดพลาดอยู่ โดยล่าสุดมีปัญหาเรื่องความซ้ำซ้อนของรายชื่อเด็กที่ที่ผ่านการคัดเลือกของกลุ่มสถาบันผลิตแพทย์ศาสตร์แห่งประเทศไทยกับผลแอดมิชชั่นซึ่งไม่ควรมีความซ้อซ้อนกัน แต่สิ่งที่ผมมองไกลไปกว่าปัญหาของระบบสอบคัดเลือกแบบใหม่ที่เกิดจากความเร่งรีบของรัฐบาลนั้นคือ การที่รัฐบาลเร่งให้คนเข้าสู่การอุดมศึกษาโดยไม่ได้วางแผนด้านกำลังแรงงาน เช่น ให้มหาวิทยาลัยกำหนดจำนวนรับนักศึกษาตามความต้องการของมหาวิทยาลัย ทั้งที่ผ่านมาเราพบว่าปัญหาแรงงานระดับอุดมศ

กระทรวงการคลังได้แก้ปัญหากองทุนให้กู้ยืมที่ผูกผันกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) หรือ ICL กรณีที่วงเงินที่ได้รับการอนุมัติไม่เพียงพอต่อความต้องการกู้ยืมของประชาชน โดยจะหาทางออกให้ กรอ.ไปกู้เงินจากธนาคารออมสินมาเป็นการชั่วคราว เพื่อมาปล่อยกู้ให้กับนักเรียนในโครงการพิเศษก่อน และจะตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีมาใช้คืนในปีต่อไป ซึ่งจากการประเมินพบว่า กรอ.อาจต้องกู้เพิ่มอีกไม่ต่

จากข่าวความเคลื่อนไหวของรัฐบาลในเรื่องการกระจายอำนาจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ภายหลังจากการประชุมคณะรัฐมนตรี วันที่ 30 พฤษภาคม 2549 ได้มีมติเห็นชอบจัดสรรรายได้ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในปีงบประมาณ 2550 ในสัดส่วนร้อยละ 35 หรือคิดเป็นเงิน 516,600 ล้านบาท ตามสัดส่วนที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่ อปท. พ.ศ. 2542 โดยจะไม่มีการแก้ไขในเรื่องการจัดสรรงบประมาณเพียงแต่จะโอนเรื่องไปให้กับรัฐบาลชุดใหม่ดำเนินการ

การจัดกิจกรรมรับน้องใหม่ของนิสิตนักศึกษาจากแต่ละสถาบันอุดมศึกษาเป็นข่าวเกรียวกราว สะท้อนปัญหาและสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงให้เห็นเป็นประจำทุกปี ถึงกระนั้นยังมีข้อถกเถียงแยกออกเป็นสองฝ่ายอยู่เสมอ คือฝ่ายหนึ่งเห็นด้วยว่ากิจกรรมรับน้องยังมีข้อดีหลายประการ และควรธำรงรักษาไว้ต่อไป ในขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งไม่เห็นว่ากิจกรรมรับน้องที่จัดกันอยู่จะให้ประโยชน์แก่ผู้ที่เพิ่งเอ็นทรานซ์เข้าไปเรียนในระดับอุดมศึกษาแต่อย่างไร

จากมติคณะรัฐมนตรี 8 พฤศจิกายน 2548 ระบุว่า ldquo;การถ่ายโอนบุคลากรด้านการศึกษาให้อยู่บนพื้นฐานความสมัครใจrdquo; เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ที่ผ่านมา คณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (กกถ.)

การถ่ายโอนอำนาจการศึกษาสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) กลับสู่ความสนใจของสังคมอีกครั้ง เมื่อคณะรัฐมนตรีรักษาการได้มีมติให้มีการถ่ายโอนได้ในบางส่วน ขณะที่หลายส่วนให้มีการทบทวนกันใหม่การดำเนินการถ่ายโอนโรงเรียนแก่ อปท. สะท้อนแนวคิดในการดำเนินงานของรัฐบาลดังนี้