วิจัย

เมื่อมองการพัฒนาเศรษฐกิจไทย ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผมคิดว่า เราไม่ได้ออกแบบอนาคตอย่างมีวิสัยทัศน์  คนในชาติมองไม่เห็นอนาคตว่า ประเทศชาติจะลงเอยอย่างไรในระยะยาว เพราะมุ่งเน้นแก้ปัญหาเฉพาะหน้า พรรคการเมืองเน้นทำนโยบายระยะสั้นเอาใจประชาชน และเปลี่ยนนโยบายทุกครั้งที่เปลี่ยนรัฐบาล

4. หลักการ คือ หลักสาระสำคัญในการดำเนินการ หลักความจริงทั่วไป กฎเกณฑ์ ความรู้ หรือความคิดรวบยอดทั่วไปที่ใช้เป็นพื้นฐานของการกระทำ หรือความประพฤติที่เป็นรูปธรรม หลักการสามารถประยุกต์ไปสู่การปฏิบัติได้ โดยหลักการในการพัฒนามหานครเพื่อผลประโยชน์ของชาติ เช่น

4.1 หลักการวางแผนภาพกว้างภาพใหญ่จากส่วนกลาง หลักการนี้สอดคล้องกับเหตุและผลที่ผมได้อธิบายในส่วนของหลักวิชา คือ เชื่อว่าในกรณีประเทศไทย ควรให้รัฐเป็นผู้กำหนดทิศทางการพัฒนาโดยคำนึงรับฟังทุกภาคส่วน

4.2 หลักการมีส่วนร่วมตลอดทาง คือ การพัฒนาให้เกิดมหานครนั้น ไม่สามารถเกิดได้โดยรัฐฝ่ายเดียวเท่านั้น แต่ต้องเกิดจากการมีส่วนร่วมในทุกภาคส่วนอย่างจริงใจและแท้จริงไม่จัดฉาก และไม่เพียงการร่วมมือกับเอกชนเท่านั้น แต่ต้องร่วมมือกันทั้ง 3 ภาคส่วน ได้แก่ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน หรือที่ผมเรียกว่า รัฐกิจ ธุรกิจ ประชากิจ

จากข้อมูลในรายงานวิจัยเรื่องดัชนีชี้วัดคลังสมองทั่วโลก ประจำปี 2014 (2014 Think-Tank Index Report)ของ The Lauder Institute แห่งมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย พบว่า มีจำนวนคลังสมอง (Think-Tank) ทั่วโลกทั้งสิ้น 6,681 แห่ง แบ่งเป็นที่ทวีปอเมริกาเหนือ 1,989 แห่ง ทวีปยุโรป 1,822 แห่ง ทวีปเอเชีย 1,106 แห่ง ทวีปอเมริกากลาง-ใต้ 674 แห่ง ทวีปตะวันออกกลาง-เหนือ 521 แห่ง ทวีปแอฟริกา-ซับ ซาฮารา 467 แห่ง และทวีปโอเชียเนีย 39 แห่ง เมื่อเรียงลำดับจำนวนคลังสมองของแต่ละประเทศ พบว่า ประเทศที่มีจำนวนคลังสมองมากที่สุด คือ ประเทศสหรัฐอเมริกา มีจำนวนทั้งสิ้น 1,830 แห่ง รองลงมาคือ ประเทศจีนและประเทศอังกฤษ มีคลังสมอง 429 และ 287 แห่งตามลำดับ นอกจากนี้ ยังมีประเทศที่มีจำนวนคลังสมอง 100-199 แห่ง อีก 6 ประเทศ ได้แก่ ประเทศเยอรมนี อินเดีย ฝรั่งเศส อาร์เจนตินา รัสเซีย และญี่ปุ่น ส่วนประเทศที่เหลือมีจำนวนคลังสมองต่ำกว่า 100 แห่งทั้งสิ้น 

 
ประเทศยากจนที่สามารถพัฒนาตัวเองจนเป็นประเทศรายได้สูงในโลกนี้มีอยู่หลายประเทศ เกาหลีใต้เป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีความน่าสนใจและถือว่าเป็นบทเรียนที่ดีให้กับประเทศไทย