ในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ สังคมส่วนหนึ่งเกิดคำถามสำคัญ คือ ศาลรัฐธรรมนูญควรมีอยู่หรือไม่? และ ถ้าคิดว่า ยังควรมีอยู่ จะต้องแก้ไขกระบวนการสรรหา อำนาจหน้าที่ หรือไม่ อย่างไร?

ข้อถกเถียงในประเด็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เพื่อแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ เรื่องหนึ่งที่ต้องพิจารณาให้รอบคอบในเชิงหลักการ ได้แก่ การเลือกตั้ง ส.ส. ว่าควรมีระบบการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเรียงเบอร์ หรือ เขตเดียวเบอร์เดียว จึงสะท้อนความเท่าเทียมและการเป็นตัวแทนประชาชนทั้งประเทศได้มากกว่ากัน

บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 ได้จัดตั้งศาลรัฐธรรมนูญขึ้นในรูปแบบองค์กรศาล เพื่อทำหน้าที่แทนคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ โดยตรวจสอบกฎหมายที่รัฐสภาออกมาว่าขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ รวมถึงเพื่อพัฒนาความเป็นตุลาการที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะสำหรับ และเป็นอิสระจากองค์กรทางการเมือง

ประเด็นสำคัญและถูกจับตามองมากที่สุดในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับ ๒๕๕๐ คงหนีไม่พ้นประเด็นที่มาของนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นประเด็นที่มีความอ่อนไหว เพราะมีความหวั่นเกรงว่าจะมีการสืบทอดอำนาจทางการเมือง ทั้งของฝ่ายทหารที่ทำการรัฐประหารและขั้วอำนาจเก่า ผ่านการเปิดช่องให้นายกมาจากคนนอกได้ หรือการไม่ระบุที่มาของนายกฯ ไว้เลย

หากจะกล่าวถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจากรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 อีกประการหนึ่ง คือ เรื่องการตรวจสอบการทำงานของคณะรัฐบาล ถึงแม้ว่ารัฐธรรมนูญจะเปิดช่องให้มีการตรวจสอบนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ด้วยสัดส่วนที่กำหนดไว้ สำหรับนายกรัฐมนตรีจะต้องมีสัดส่วน 2 ใน 5 ของส.ส. ในสภา ฯ และส่วนรัฐมนตรีสัดส่วน 1 ใน 5 ของส.ส.ในสภา ฯ แต่รัฐบาลที่ผ่านมากลับได้ชื่อว่าเป็น รัฐบาลที่มีความเข้มแข็ง เนื่องจากมีสัดส่วนจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนที่มาจากพรรคตนเองมากถึง 370 คนจาก ส.ส.

ประเด็นการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองไม่น้อยกว่า 90 วันก่อนวันรับสมัครรับเลือกตั้ง นับเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่อยู่ในความสนใจแก้ไขรัฐธรรมนูญ เนื่องจากที่ผ่านมา การกำหนดกติกาดังกล่าว กลับส่งผลให้ผู้นำพรรคการเมืองบางพรรคใช้เงื่อนไขนี้เป็นอำนาจต่อรองกับ ส.ส.ภายในพรรค ให้ต้องทำตามมติและความเห็นของพรรคทุกอย่าง โดยไม่ให้ ส.ส.คนใดออกนอกแถว และขณะเดียวกัน หาก ส.ส.จะย้ายพรรคก่อนมีการเลือกตั้ง ส.ส.จะต้องรับความเสี่ยงจากการที่รัฐบาลอาจยุบสภา เพราะกฎหมายระบุว่า ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งภายใน 45 วัน หรือหากรัฐบาลอยู่ครบวาระ 4 ปี กฎหมายกำหนดว่าต้องจัดให้มีการเลือกตั้งภายใน 60 วัน เท่ากับเป็นการพันธนาการ ส.ส.ที่ไ

สิ่งที่อยู่ในใจของหลายคนในการเลือกผู้แทน คือ เราต้องการให้คนดีและคนที่มีความรู้ความสามารถได้รับการเลือกตั้งเข้าสู่สภา แต่ขณะเดียวกัน เราคงมีคำถามว่า ldquo;จะดึงดูดคนดีและเก่งเข้ามาทำหน้าที่ตัวแทนประชาชนให้มากขึ้นอย่างไรrdquo; เพราะประสบการณ์ที่ผ่านมา แม้เราจะมีรัฐธรรมนูญฉบับที่ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด และสะท้อนอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชนได้มากกว่าฉบับอื่น ๆ แต่ปรากฏว่ายังไม่สามารถสกัดกั้นนักการเมืองที่ไม่เหมาะสมเข้ามาบริหารประเทศได้