อนาคต


แหล่งที่มาของภาพ : http://2014.7mth.com/images/pic/20140312/20140312150010_17630.jpg

เดลินิวส์
คอลัมน์ ?แนวคิด ดร.แดน?

ผมขอเริ่มต้นจากวิสัยทัศน์ว่า ?ท้องถิ่นวันนี้ จะเป็นเมืองศิวิไลซ์ในวันข้างหน้า" เมืองศิวิไลซ์จะเกิดขึ้นได้นั้น ต้องเกิดจากชาวศิวิไลซ์ร่วมกันสร้างขึ้น ตามที่ผมได้เขียนไว้ในหนังสือเรื่อง ชาวอารยะ ชาวศิวิไลซ์ที่ใฝ่หา และในหนังสือเล่มนี้ ผมได้เขียนแนวทางการพัฒนาคนในเมืองให้เป็นชาวศิวิไลซ์เอาไว้ด้วย

ตัวอย่างเมืองหนึ่งที่น่าสนใจศึกษาเป็นอย่างยิ่งนั่นคือ เมืองคูริติบา ในประเทศบราซิล ในอดีตเมืองนี้มีฐานะทางเศรษฐกิจที่จัดว่ายากจน โดยมีรายได้เฉลี่ยในช่วงทศวรรษ 1970 ต่ำกว่ารายได้เฉลี่ยของประชากรบราซิล แต่ปัจจุบันเมืองคูริติบามีรายได้เฉลี่ยสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประชากรบราซิลถึงร้อยละ 66 และได้รับการจัดให้เป็นหนึ่งในเมืองที่มีความยั่งยืนมากที่สุดในโลก และเป็นเมืองที่ถูกเลือกให้เป็นสนามการแข่งขันฟุตบอลโลกปี ค.ศ.2014 ระหว่างวันที่ 12 มิถุนายนถึง 13 กรกฎาคมนี้

เดลินิวส์
คอลัมน์ ?แนวคิด ดร.แดน?

ถึงแม้ว่าท้องถิ่นเป็นรากฐานสำคัญของประเทศ แต่ท้องถิ่นกลับได้รับความสำคัญค่อนข้างน้อย ซึ่งเป็นผลจากกระแสการพัฒนาแบบทุนนิยมที่เน้นการพัฒนาในเขตเมืองแต่ละเลยชนบท ทำให้เกิดการแข่งขันทางเศรษฐกิจที่รุนแรงมากขึ้น และความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจกลายเป็นเป้าหมายสำคัญของการพัฒนา

ทิศทางการพัฒนาที่ผ่านมาทำให้ความเจริญกระจุกตัวในเขตเมืองมากขึ้น เพราะทุกคนต่างมุ่งเป้าหมายไปยังแหล่งที่ตนสามารถสร้างรายได้หรือผลกำไรได้มากที่สุด โดยเฉพาะการอพยพเคลื่อนย้ายเข้าสู่ตัวเมืองใหญ่เพราะเป็นพื้นที่ที่มีความพร้อมในปัจจัยสำคัญต่อการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และมีการจัดสรรงบประมาณจำนวนมากไปสู่เมืองใหญ่ ขณะที่ท้องถิ่นได้รับการจัดสรรงบประมาณน้อยกว่ามาก

"...ความสามัคคีนี้เป็นคุณธรรมสำคัญประการหนึ่ง ซึ่งหมู่ชนอยู่รวมกันจำเป็นต้องมี ต้องถนอมรักษาและต้องนำมาใช้อยู่สม่ำเสมอ ถ้าแต่ละฝ่ายเข้ามาร่วมกันทำงานด้วยความตั้งใจดีด้วยความสามัคคี ความรู้ความสามารถ และด้วยความคิดที่สร้างสรรค์งานก็สำเร็จสมบูรณ์งดงามตามประสงค์ทุกอย่าง..."
พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการเสด็จออกมหาสมาคม
งานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2530
 
พระราชดำรัสนี้มีสาระสำคัญคือ ความสามัคคีเป็นคุณธรรมเกื้อหนุนค้ำจุนให้กิจการงานต่างๆ ที่ทำร่วมกันประสบผลสำเร็จตามความประสงค์ เกิดความเจริญก้าวหน้า เป็นคุณธรรมสำคัญที่จำเป็นต้องได้รับการถนอมรักษาและพัฒนาให้จำเริญงอกงามขึ้นท่ามกลางการอยู่ร่วมกันเป็นสังคม
 
ความสามัคคีหมายถึงอะไร? มีความสำคัญอย่างไร?

โลกวันนี้วันสุข
คอลัมน์ : HR Tips

ปัจจุบันคนจำนวนมากต่างพยายามมุ่งขวนขวายในการ พัฒนาตนเองด้านทักษะความ รู้ความสามารถทั้งในและนอกระบบ ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาต่อในระดับปริญญาโท เอก การเข้าฝึกอบรมหลักสูตรต่างๆ แต่สิ่งสำคัญที่คนส่วนใหญ่กลับหลงลืมและละเลยไปอย่างน่าเสียดายคือ "การรู้จักตนเอง"

การรู้จักตนเอง เป็นเรื่องใกล้ตัวที่ดูเหมือนไม่น่าจะสลักสำคัญอะไรที่เราต้องมาเรียนรู้ทำความเข้าใจ แต่คนที่ไม่รู้จักตนเองมักใช้ชีวิตโดยปล่อยไปตามกระแสสังคม เลียนแบบตามคนรอบข้างโดยขาดจุดยืนที่ชัดเจน สุดท้ายไม่สามารถพบกับความสุขที่แท้จริงในชีวิตได้ นำไปสู่ปัญหาตามมามากมาย

จากบทความก่อนหน้านี้ ผมได้พิจารณาแนวคิดสำหรับปฏิรูปประเทศไทยจากนักวิชาการไทยในอเมริกา 1 ใน 15 ด้าน คือ การตั้งเพดานหนี้ที่แน่นอนเพื่อใช้ในการรักษาวินัยทางการคลัง ส่วนในบทความนี้ ผมจะพิจารณาอีกแนวคิดหนึ่ง คือ ?การออกกฎหมายให้รัฐบาลจัดทำงบประมาณสมดุลเท่านั้น?

การจัดทำงบประมาณสมดุลในทางเศรษฐศาสตร์นั้นสอดคล้องตามแนวคิดของเศรษฐศาสตร์ที่เน้นการจัดการด้านอุปทาน (Supply-side economics) และสำนักคลาสสิก (Classical economics) ที่เน้นเรื่องกลไลตลาด โดยให้ความสำคัญกับการดำเนินนโยบายการคลังแบบสมดุลและรัฐบาลไม่ควรไปเข้าไปแทรกแซงกลไกตลาด

นักเศรษฐศาสตร์ที่เน้นการจัดการด้านอุปทาน มองว่าการแทรกแซงของรัฐนั้นทำให้ตลาดล้มเหลว (Market failure) มากขึ้น หรือจากที่ไม่มีปัญหา กลับจะทำให้เกิดปัญหาขึ้น เนื่องจากกลไกภาครัฐนั้นล้มเหลว (Government failure) ซึ่งเป็นผลจากการมีผลประโยชน์ทับซ้อน เช่น การสนับสนุนบางอุตสาหกรรมที่ไม่เหมาะสม หรือการทำเพื่อหวังคะแนนเสียงในการเลือกตั้ง หรือมุ่งเน้นนโยบายระยะสั้นเป็นสำคัญ เป็นต้น


แหล่งที่มาของภาพ : http://www.arcuslending.com/wp-content/uploads/2012/08/Debt-2.png

เดลินิวส์
คอลัมน์ ?แนวคิด ดร.แดน?

ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผมได้รับ e-mail เรื่อง ?แนวคิดสำหรับปฏิรูปประเทศไทยจากนักวิชาการไทยในอเมริกา? ซึ่งกลุ่มนักคิดและนักวิชาการดังกล่าวได้รวมตัวกันระดมสมองเพื่อจัดทำข้อเสนอการปฏิรูปประเทศไทยจำนวน 15 ด้าน

ผมเห็นว่าข้อเสนอแนะดังกล่าวเป็นประเด็นที่น่าสนใจ ผมจึงตั้งใจนำข้อเสนอแต่ละข้อมาพิจารณาอย่างละเอียด โดยในบทความนี้ ผมจะพิจารณา 1 ใน 15 ข้อเสนอข้างต้น คือ ข้อเสนอที่ระบุว่า ?ตั้งเพดานหนี้ที่แน่นอนเพื่อใช้ในการรักษาวินัยทางการคลัง?

ข้อเสนอดังกล่าวน่าจะเกิดจากความกังวลว่า ระดับหนี้สาธารณะของประเทศไทยอาจจะสูงขึ้นจนถึงระดับที่เป็นอันตรายต่อเศรษฐกิจของประเทศ หากรัฐบาลยังดำเนินนโยบายที่สร้างภาระต่องบประมาณในอนาคต อาทิ โครงการรับจำนำข้าว และโครงการลงทุนขนาดใหญ่ โดยเฉพาะการออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กู้เงินเพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ 2 ล้านล้านบาท

หากพิจารณาข้อเสนอเบื้องต้นของกลุ่มนักวิชาการไทยในอเมริกาที่ระบุให้กำหนดเพดานหนี้ที่แน่นอน ข้อเสนอดังกล่าวยังไม่ได้ระบุชัดเจนว่า เพดานหนี้ดังกล่าวนั้นมีความหมายอย่างไรและใช้อะไรเป็นตัวชี้วัด


แหล่งที่มาของภาพ : http://www.innovationmanagement.se/wp-content/uploads/2013/02/how-to-develop-your-innovation-management-consulting-business-in-tough-times1.jpg


เดลินิวส์
คอลัมน์ ?แนวคิด ดร.แดน?

ในบทความตอนที่ 1 ผมได้อธิบายถึงข้อวิพากษ์เกี่ยวกับการวัดโลกาภิวัตน์ใน 2 ประเด็น คือ ความไม่ชัดเจนของนิยามโลกาภิวัตน์และความไม่ชัดเจนของความสัมพันธ์ระหว่างโลกาภิวัตน์กับเป้าหมายการพัฒนาประเทศ และในบทความตอนนี้เป็นการอธิบายข้อวิพากษ์ในประเด็นสุดท้าย คือ "ความไม่สอดคล้องกับบริบทการพัฒนาของประเทศในเอเชีย" เป็นข้อวิพากษ์ที่บอกถึงความไม่สอดคล้องของชุดตัวชี้วัดโลกาภิวัตน์อาจไม่เหมาะสำหรับใช้วัดกับทุกประเทศ ซึ่งมีแนวทางการพัฒนาประเทศและบริบทของการพัฒนาแตกต่างกัน 

บ้านเมือง

กุญแจสำคัญที่ทำให้ประชาชนชาวฟิลิปปินส์ มีศักยภาพทางภาษาอังกฤษ คือ นโยบายการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งในปัจจุบันถึงแม้ว่าสหรัฐอเมริกาไม่ได้เข้ามามีบทบาทในระบบการศึกษาของฟิลิปปินส์เหมือนอย่างในอดีต ทักษะความรู้ทางภาษาอังกฤษเปรียบเสมือนมรดกที่สหรัฐได้ทิ้งไว้ผ่านรูปแบบของระบบการศึกษาในฟิลิปปินส์ โดยบทความนี้จะอธิบายถึงนโยบายการศึกษาในประเทศฟิลิปปินส์ ตั้งแต่สมัยที่สหรัฐปกครองฟิลิปปินส์ จนปัจจุบันที่ฟิลิปปินส์สามารถบริหารระบบการศึกษาได้โดยปราศจากอิทธิพลของสหรัฐว่ามีความเหมือนและแตกต่างกันมากน้อยเพียงใด ในประเทศฟิลิปปินส์

กรุงเทพธุรกิจ
คอลัมน์ : ดร.แดน มองต่างแดน

สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองที่เป็นอยู่ ณ ขณะนี้ เป็นเหมือนภาพยนตร์เรื่องเดิมที่ฉายซ้ำแต่เปลี่ยนตัวแสดง เป็นวงจรการทำลายล้าง?คู่ขัดแย้ง"

ที่แท้จริงแล้ว ?ไม่สามารถ? ยุติได้ด้วยแรงกดดันของมวลมหาประชาชน เพราะแต่ละฝ่ายต่างก็มี ?มวลมหาประชาชน? ที่พร้อมออกจากบ้านมาแสดงพลังสนับสนุนในจำนวนนับล้านคนได้เช่นเดียวกัน!!


แหล่งที่มาของภาพ :  http://2.bp.blogspot.com/-JhzNZsUgkJ4/UPCXnUgWh_I/AAAAAAAAA0A/tA6WzNif48Y/s1600/Food-Crisis-Image_zps9585d809.gif

กรุงเทพธุรกิจ
คอลัมน์ : ดร.แดน มองต่างแดน

ณ ปัจจุบัน ประเทศสิงคโปร์ ให้ความสำคัญกับประเด็นเรื่องความมั่นคงทางอาหารภายในประเทศมากยิ่งขึ้น อันเนื่องมาจากแรงกดดันจากปัจจัยหลายๆ ประการ

อาทิ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ราคาอาหารที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก การลดลงของพื้นที่และแรงงานภาคเกษตรกรรม การเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรภายในประเทศ เป็นต้น และจากปัจจัยดังกล่าวส่งผลทำให้ประเทศสิงคโปร์ต้องดำเนินนโยบายในการพัฒนาประเทศเพื่อรับมือต่อวิกฤตการณ์ทางอาหารที่อาจเกิดขึ้นในโลกอนาคต เพราะถึงแม้ว่าประเทศสิงคโปร์จะเป็นประเทศที่ร่ำรวยพอที่จะนำเข้าอาหารจากต่างประเทศ กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของอาหารทั้งหมด แต่หากระยะยาวสิงคโปร์ไม่สามารถลดการพึ่งพิงอาหารจากต่างชาติได้ ประเทศสิงคโปร์อาจจะต้องเผชิญกับภาวะความไม่มั่นคงทางอาหารที่นำไปสู่วิกฤตการณ์อาหารภายในประเทศในยามวิกฤตได้ในที่สุด