อนาคต


 

กรุงเทพธุรกิจ
คอลัมน์ : ดร.แดน มองต่างแดน

รายงาน United Nations World Urbanization Prospects กล่าวว่ากว่า2ใน3 ของประชากรโลกทั้งหมดจะอาศัยอยู่ใจกลางเมืองเนื่องด้วยความเป็นเมืองจะขยายออกมากขึ้น และในปี 2050 จำนวนประชากรใน mega cities จะเพิ่มขึ้นอีก 2.5 พันล้านคน โดยใน 2.5 พันล้านคนนี้ ร้อยละ 37 มาจากทวีปเอเชียและแอฟริกา คือ ประเทศจีน อินเดีย และไนจีเรีย ทำให้ในปี 2050 จะมีประชากรมากกว่า 6 พันล้านคน ที่อาศัยอยู่ใน mega cities ทั่วโลก ซึ่งส่งผลให้จำนวน mega cities ทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วยโดยตั้งแต่ปี 1990 มีเมืองใหญ่เพียง 10 เมืองเท่านั้น แต่ในปี 2014 นี้ มีเมืองใหญ่ถึง 28 เมืองทั่วโลก คือ 16 เมืองจากเอเชีย 4 เมืองจากละตินอเมริกา 3 เมืองจากทวีปแอฟริกาและยุโรปและอีก 2 เมืองจากทวีปอเมริกาเหนือ ซึ่งจะเห็นได้ว่า ส่วนมากแล้ว เมืองใหญ่เหล่านี้ตั้งอยู่ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา (Developing countries) และหลังจากนี้อีก 15 ปี คือ ในปี 2530 UN คาดว่าจะมีเมืองใหญ่เกิดขึ้นเป็น 41 เมือง


แหล่งที่มาของภาพ : http://s1.hubimg.com/u/5331416_f260.jpg

กรุงเทพธุรกิจ
คอลัมน์ : ดร.แดน มองต่างแดน

หลังจากที่ผมได้นำเสนอแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงด้านทรัพยากร โครงสร้างทางเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงด้านสังคมของโลกปี ค.ศ.2050 ผ่านบทความทั้ง 3 ชิ้นที่ผ่านมา ยังคงมีอีกหลากหลายประเด็นที่ทุกคนควรรู้และให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงของโลกที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างจริงจัง ทั้งนี้ประเด็นเรื่องสภาพแวดล้อมเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่เราควรให้ความสำคัญไม่ต่างไปจาก 3 ประเด็นข้างต้น ดังนั้น ในบทความฉบับนี้ ผมจึงอยากนำเสนอแนวโน้มโลกปี ค.ศ.2050 ในประเด็นเรื่อง การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของโลกว่าจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใดและเราควรจะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอย่างไร

โลกในปี ค.ศ.2050 มีแนวโน้มสูงที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพแวดล้อมในเรื่องต่อไปนี้

1. น้ำแข็งที่ขั้วโลกละลายเป็นวงกว้าง
ในปี ค.ศ.2050 แผ่นน้ำแข็งจำนวนมากที่เคยปกคลุมน่านน้ำแถบมหาสมุทรอาร์กติกจะละลายเป็นบริเวณกว้าง ซึ่งจะเป็นผลดีในการทำให้เกิดเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศสายใหม่ ที่จะช่วยย่นระยะเวลาในการขนส่งสินค้าทางทะเลจากเอเชียไปยังชายฝั่งอีสต์โคสต์ (East Coast) ของสหรัฐฯ ได้มากกว่าในปัจจุบัน (Warmer climate to open new Arctic shipping routes by 2050 -study, 2013)


แหล่งที่มาของภาพ : http://www.ksmartin.com/wp-content/files/iStock_000016143414Medium-Heart-on-keyboard-cropped-for-blog.jpg
 

งานวันนี้
ปีที่ 16 ฉบับที่ 707 วันที่ 7-14 ตุลาคม 2557

 

ผู้นำที่สามารถขับเคลื่อนคนภายใต้ ให้เดินหน้าไปในทิศทางเดียวกันได้ ด้วย ?ความเต็มใจ? ไม่ใช่ด้วย ?สิ่งล่อใจ? คือ ผู้นำที่ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง

ในโลกที่อำนาจเงิน วัตถุ เกียรติ ศักดิ์ศรี ฯลฯ เป็นใหญ่ ผู้นำจึงมักต้องจูงใจคนให้ทำงาน โดยใช้เงินและผลประโยชน์เป็นตัวขับเคลื่อน หรือไม่ก็ใช้อำนาจบังคับ ข่มขืนฝืนใจ ถ้าไม่ทำจะถูกลงโทษ แต่ในความเป็นจริง ถ้าผู้นำมีทักษะในการเคลื่อนใจคน ย่อมสามารถช่วยให้ทีมงานยินดีให้ความร่วมมือด้วยความเต็มใจ โดยใช้อำนาจน้อยที่สุด แต่ใช้การโน้มน้าว การสร้างแรงบันดาลใจ และการเป็นแบบอย่างมากที่สุด

ความสามารถในการขับเคลื่อนทีม จึงเป็นทักษะสำคัญประการหนึ่งที่ผู้นำจำเป็นต้องมี

นิตยสารแม่และเด็ก
คอลัมน์ ครอบครัวสุขสันต์

 

...หนุ่มราชภัฏเครียด!  โดนแม่ด่าติดเกม ยิงขมับดับ…..

…อุทาหรณ์! หนุ่มเล่นเกมทั้งวันทั้งคืน จนตายคาคอม.....

....แพทย์ห่วงเด็กยุคดิจิตอล เป็นโรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม...

...เด็กติดเกมคลั่ง! ใช้มีดฟันหัวตำรวจยับ หลังเข้าห้ามทัพไม่ให้ทะเลาะกับปู่..

อ่านข่าวเกี่ยวกับ “เด็กติดเกม” ที่พบเห็นบ่อย ๆ เหล่านี้แล้ว  คงทำให้ผู้ปกครองต่างสะเทือนใจและไม่อยากให้เกิดขึ้นกับบุตรหลาน หรือคนในครอบครัวของเราอย่างแน่นอน

กรุงเทพธุรกิจ
คอลัมน์ : ดร.แดน มองต่างแดน

ข้อมูลขององค์การสหประชาชาติ พบว่าในปี 2047 จะเป็นครั้งแรกของโลกที่จำนวนประชากรอายุ 60 ปี มีมากกว่าประชากรเด็กบทความก่อนหน้านี้ ผมได้กล่าวถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจของโลกในปี 2050 ไปแล้วว่าจะมีทิศทางในอนาคตเป็นอย่างไร ประเทศใดบ้างที่จะก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจต่อไป และประเทศไทยควรปรับตัวอย่างไรให้สอดคล้องกับทิศทางการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจของโลกในอนาคต

ทว่า ยังมีความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญอีกด้านหนึ่ง คือ การเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างทางสังคม เนื่องจากว่าการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางสังคมเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรและโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ด้วยเหตุนี้ ผมขอนำเสนอแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างทางสังคมสำคัญที่จะเกิดขึ้นในปี 2050 ดังต่อไปนี้

ลักษณะโครงสร้างทางสังคมในอีก 40 ปีข้างหน้า จะเปลี่ยนแปลงไปเป็นสังคมแห่งผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ หรือกล่าวได้ว่า สังคมโลกในอนาคตจะเป็นสังคมที่ผู้สูงอายุครอบครองก็เป็นได้ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างประชากรของโลก ที่คนเกิดน้อยลงและอายุยืนมากขึ้น ทำให้ประชากรทั่วโลกจะมีอายุเฉลี่ยยืนยาวขึ้นอย่างน้อย 9 ปี และประชากรทั่วโลกที่มีอายุมากกว่า 65 ปี จะมีจำนวน 2 พันกว่าล้านคน คิดเป็นสัดส่วนได้ 1 ใน 5 หรือร้อยละ 20 ของประชากรทั้งโลก ซึ่งพบได้ในเกือบทุกประเทศแถบยุโรป โดยเฉพาะประเทศอิตาลี เยอรมัน อังกฤษ และสแกนดิเนเวีย รวมไปถึงประเทศญี่ปุ่น ที่เป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ตั้งแต่ปี 2010 และจากข้อมูลขององค์การสหประชาชาติ พบว่า ในปี 2047 จะเป็นครั้งแรกของโลกที่จำนวนประชากรอายุ 60 ปี จะมีมากกว่าจำนวนประชากรเด็ก นอกจากนี้ จากการคาดการณ์จำนวนประชากรผู้สูงอายุในปี 2050 ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่จะมีจำนวนประชากรผู้สูงอายุมากเป็นอันดับที่ 2 คือ รองจากประเทศสิงคโปร์ และประเทศลาว เป็นประเทศที่มีสัดส่วนของจำนวนประชากรผู้สูงอายุต่ำที่สุดในกลุ่ม

กรุงเทพธุรกิจ
คอลัมน์ : ดร.แดน มองต่างแดน

หลังจากที่ได้นำเสนอทิศทางการเปลี่ยนแปลงของโลกด้านโครงสร้างประชากรทรัพยากรธรรมชาติและทรัพยากรมนุษย์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2050 ผ่านบทความตอนที่แล้วในตอนนี้ผมจึงอยากนำเสนอประเด็นเกี่ยวกับทิศทางการเปลี่ยนแปลงของโลกในมิติอื่นๆ เพิ่มเติมโดยเฉพาะอย่างยิ่งมิติการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจของโลกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใดประเทศใดบ้างที่จะก้าวเข้ามาเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจต่อไปในปี 2050 และประเทศไทยควรปรับตัวอย่างไรให้สอดคล้องกับทิศทางการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจของโลกในอนาคต

กรุงเทพธุรกิจ
คอลัมน์ : ดร.แดน มองต่างแดน

ผมได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานเสวนา"การจัดการด้าน Supply Chain และ Logistics เพื่อเตรียมพร้อมรองรับประชาคมอาเซียน"ซึ่งจัดโดยวิทยาลัยนานาชาติ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ภายใต้หัวข้อบรรยายเรื่อง "Global Trend 2050 (แนวโน้มโลกปี 2050)" ซึ่งผมได้กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้นภายในปี 2050 บทความนี้จะกล่าวถึงสิ่งที่ผมได้นำเสนอไปในงานเสวนาดังกล่าว โดยในตอนแรกจะกล่าวถึงทิศทางการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรโลกในปี 2050 ว่าจะเปลี่ยนไปอย่างไร ส่งผลอย่างไรต่อทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างจำกัดและทรัพยากรมนุษย์ รวมทั้งการปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

เมื่อดูจากการคาดการณ์จำนวนประชากรโลกปี 2050 พบว่า จำนวนประชากรโลกจะเพิ่มขึ้น 38% จาก 6.9 พันล้านคน เป็น 9.6 พันล้านคน โดยประชากรจะมีอายุเฉลี่ยยืนยาวขึ้นอย่างน้อย 9 ปี ประชากรอายุ 15-64 ปีจะเพิ่มขึ้น 33% ในขณะที่ประชากรอายุมากกว่า 65 ปีคาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 181% ดังนั้น หากพิจารณาแนวโน้มดังกล่าวประกอบกับทรัพยากรธรรมชาติที่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องอันเนื่องมาจากหลากหลายปัจจัย จะเห็นได้ว่าการตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงด้านทรัพยากรธรรมชาติที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันได้แก่ อาหาร น้ำ และพลังงาน รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงด้านทรัพยากรมนุษย์วัยแรงงาน จึงเป็นเรื่องจำเป็นและสำคัญ

กรุงเทพธุรกิจ
คอลัมน์ : ดร.แดน มองต่างแดน

การปรับตัวเพื่อรับมือกับปริมาณอาหารที่ถูกทิ้ง (Food Waste) ของรัฐบาลฮ่องกง ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในนโยบายที่สำคัญที่ประเทศทั่วโลกควรจับตามอง เพราะเมื่อดูจากปริมาณขยะที่ถูกทิ้งต่อวันในปีที่ผ่านมานั้น พบว่ากว่า 36 เปอร์เซ็นต์ของขยะทั้งหมดหรือ 9,278 ตัน คือปริมาณอาหารที่ถูกทิ้ง อันมีสัดส่วนมากกว่า 1 ใน 3 ของขยะทั้งหมด ดังนั้นการตัดสินใจประกาศนโยบายของรัฐบาลเพื่อลดปริมาณอาหารที่ถูกทิ้งลง 10 เปอร์เซ็นต์ใน 3 ปีข้างหน้า และ 40 เปอร์เซ็นต์ในปี 2022 นั้น ถือได้ว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เหตุเพราะ ณ ปัจจุบัน ขยะในฮ่องกงมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ และ หากรัฐบาลฮ่องกงไม่มีนโยบายเพื่อรับมือกับปัญหาดังกล่าว มีแนวโน้มว่า ฮ่องกงอาจต้องเผชิญกับปัญหาขยะล้นเมืองในอนาคตเป็นแน่ ดังนั้น ในบทความนี้ผมจึงอยากนำเสนอ 2 แนวทางที่สำคัญของรัฐบาลฮ่องกงในการรับมือกับปัญหาดังกล่าว


แหล่งข้อมูลอ้างอิง : http://m5.paperblog.com/i/55/556628/rwandan-knowledge-based-economy-illusion-L-EYjaoi.jpeg

กรุงเทพธุรกิจ
คอลัมน์ : ดร.แดน มองต่างแดน

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ผมได้รับเชิญไปบรรยายพิเศษเรื่อง "เศรษฐกิจโลก ... เวลาแห่งความเปลี่ยนแปลง" ในงานสัมมนาการส่งเสริมด้านการพัฒนาเศรษฐกิจอาเซียน ในการบรรยายครั้งนี้ ผมได้คาดการณ์ความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกไว้หลายด้าน แต่ในบทความนี้ผมจะกล่าวถึงเฉพาะประเด็นการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกสู่ "เศรษฐกิจฐานความรู้"

การเข้าสู่เศรษฐกิจฐานความรู้เป็นไปตามแนวคิด "คลื่นอารยะ 7 ลูก" ที่ผมได้วิเคราะห์ไว้ในหนังสือ "สยามอารยะ แมนนิเฟสโต : แถลงการณ์สยามอารยะ" ซึ่งกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงของอารยธรรมของโลกจากคลื่นลูกที่ 0 คือสังคมเร่ร่อน สู่คลื่นลูกที่ 1 - 3 คือ สังคมเกษตรกรรม สังคมอุตสาหกรรม และสังคมข้อมูลข่าวสารตามลำดับ และปัจจุบัน โลกกำลังจะเข้าสู่คลื่นลูกที่ 4 คือ สังคมแห่งความรู้