การจัดสรรผลประโยชน์

การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นและการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน เป็นหลักการส่วนหนึ่งของแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ แต่ถึงกระนั้นที่ผ่านมา การดำเนินการของรัฐในการกระจายอำนาจทางการศึกษาสู่ท้องถิ่น อยู่ภายใต้ความเห็นที่ขัดแย้งหลายด้าน ทั้งความเห็นจากผู้ที่มีส่วนร่วมในกระบวนการกระจายอำนาจการจัดการศึกษา ผู้รับมอบอำนาจในท้องถิ่น ผู้ได้รับผลกระทบ และผู้ที่มีสิทธิจัดการศึกษา

สงครามการค้าปลีกและค้าส่งเปรียบได้กับการเล่นกระดานหกระหว่างสองฝ่าย ฝ่ายใดมีอำนาจต่อรองมากกว่าจะสามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ไปได้มากกว่า ส่วนผู้บริโภคจะได้ประโยชน์สูงสุด เมื่อมีความสมดุลของอำนาจต่อรองของทั้งสองฝ่าย ซึ่งจะเกิดขึ้นได้เมื่อมีการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม

การปรับสูตรคำนวณเอฟที (Ft) ไม่ทำให้ กฟผ. แบกรับความเสี่ยงอย่างแท้จริง เพราะมีกลไกปกป้องผลประโยชน์ของตน แต่ประชาชนต้องแบกรับภาระเพิ่มขึ้น เพราะกลไกคืนกำไรผู้บริโภคได้ถูกทำลายแล้ว

ldquo;ระบบ E-auction เปิดช่องการโกงเหมือนเดิม บริษัทกลางที่เข้ามาทำระบบ E-auction ไม่น่าเชื่อถือ และการทุจริตตรวจสอบได้ยากขึ้นจากความซับซ้อนของระบบrdquo;

แผนลงทุนเมกะโปรเจกต์ มีความน่าสงสัยว่า รัฐบาลให้ข้อมูลขาดดุลฯไม่ครบถ้วน เร่งลงทุนปีสุดท้ายหวังคะแนนเสียง และมาตรการลดขาดดุลฯเป็นไปไม่ได้จริง

ในรอบสองสัปาห์ที่ผ่านมา ผมได้รับทราบจากเพื่อนหลายคนได้ติดต่อกลับมาว่า มีปัญหาเกี่ยวกับ การใช้โทรศัพท์มือถือ โทรข้ามเครือข่ายระหว่างดีเทคกับเอไอเอสไม่ติด หรือติดน้อยมาก ทั้งนี้ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทที่ให้บริการยอมรับว่า การโทรติดยากระหว่างผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือ อาจมีการบล็อกสัญญาณกันได้ โดยใช้ระบบแบล็คลิสต์กำหนดบล็อกที่เลขหมายของผู้บริการรายอื่นไว้ เมื่อมีการโทรจากหมายเลขที่บล็อก จะทำให้โทรติดยาก หรือโทรติดเป็นลำดับหลังจากที่เลขหมายที่ไม่ได้บล็อกโทรติด

เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ในที่ประชุมรัฐสภา ผมมีโอกาสได้อภิปรายในวาระการรับทราบผลการดำเนินงานของบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย หรือบสท. แต่หลังจากอภิปรายได้ไม่นาน ผมได้ถูกเพื่อนสมาชิกรัฐสภาที่อยู่ฝ่ายรัฐบาล ลุกขึ้นประท้วงว่าผมได้ทำผิดข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ในข้อ 61 ด้วยประเด็นว่าเนื้อหาที่พูดนั้นฟุ่มเฟือย วนเวียน ซ้ำซาก และพยายามพูดย้ำเพิ่มเติมว่า "ผมนั้นเป็น ส.ส.ใหม่ จึงไม่เข้าใจกติกาและทำผิดข้อบังคับการประชุมรัฐสภา"

ถ้าเพื่อน ๆ จำกันได้ เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2548 ในการประชุมสภาสมัยสามัญ วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.

ช่วงปลายปี 2547 คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) ได้เสนอโครงการ หนึ่งหมู่บ้านหนึ่งความสามารถพิเศษ เพื่อเฟ้นหาและขยายโอกาส ให้คนเก่งระดับชุมชน ระดับหมู่บ้าน และระดับตำบล มีส่วนในการพัฒนาชาติ โดยงบประมาณที่ได้เสนอไว้มีจำนวนถึง 1,659,129,000 บาท และในปี 2548 โครงการนี้ได้กลายมาเป็นนโยบายของรัฐบาลทักษิณ 2 ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) เป็นผู้รับผิดชอบ

หากพิจารณาสถานการณ์การเมืองในขณะนี้พบว่า รัฐบาลพยายามในการแย่งชิงพื้นที่ทางความคิดของประชาชน โดยอ้างว่าการเลือกตั้งเป็นกติกาประชาธิปไตย แต่ข้ออ้างดังกล่าวถูกเพียงเสี้ยวเดียวเท่านั้น เพราะละเลยความจริงอีกด้านของความเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง นั่นคือ กระบวนการที่ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วม มีสิทธิในการแสดงความคิดเห็น และสามารถแสดงออกถึงจุดยืนทางการเมืองของตนได้ตลอดเวลา