พรรคการเมือง

ถือเป็นคดีประวัติศาสตร์ของการเมืองไทย เมื่อคณะตุลาการรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คน ใช้เวลาอ่านคำวินิจฉัยนับ 10 ชั่วโมง ที่อัยการสูงสุดยื่นคำร้องขอให้ยุบพรรคการเมือง 5 พรรคได้แก่ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า พรรคไทยรักไทย พรรคพัฒนาชาติไทย พรรคแผ่นดินไทย ซึ่งเป็นคดีที่พรรคไทยรักไทยถูกกล่าวหาว่าจ้างพรรคเล็กลงสมัครเพื่อหลีกเลี่ยงกฎ 20 % หากเขตเลือกตั้งมีผู้สมัครเพียงพรรคเดียว ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ถูกตั้งข้อหาใส่ร้ายพรรคไทยรักไทยและขัดขวางการเลือกตั้ง

ภายหลังการลงมติเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 ของสภาร่างรัฐธรรมนูญ และการประกาศวันเลือกตั้งอย่างชัดเจน ประเด็นเศรษฐกิจที่ได้รับความสนใจอย่างมาก คือ ภาวะเศรษฐกิจไทยหลังการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร

เมื่อพิจารณาจากปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ แล้ว เศรษฐกิจไทยหลังการเลือกตั้งน่าจะมีอัตราการเติบโตที่สูงขึ้นกว่าปัจจุบัน โดยผมจะอธิบายในแต่ละองค์ประกอบของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศดังนี้

ภายหลังการลงมติเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 ของสภาร่างรัฐธรรมนูญ และการประกาศวันเลือกตั้งอย่างชัดเจน ประเด็นเศรษฐกิจที่ได้รับความสนใจอย่างมาก คือ ภาวะเศรษฐกิจไทยหลังการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร

ถึงแม้ว่า รัฐธรรมนูญฉบับ 2540 พยายามที่จะเปิดโอกาสให้ ส.ส. ที่สังกัดพรรคมีอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะการไม่ต้องปฏิบัติตามมติหรือข้อบังคับของพรรคหากขัดหรือแย้งกับหลักการพื้นฐานแห่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยโดยมีสิทธิร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยได้(มาตรา 47) แต่ในความเป็นจริงทางการเมือง หาก ส.ส. ท่านใดฝ่าฝืนมติของพรรค ย่อมถูกตรวจสอบในด้านพฤติกรรมว่าปฏิบัติตามระเบียบวินัยของพรรคหรือไม่ และโอกาสที่พรรคจะไม่ส่งลงสมัครในการเลือกตั้งสมัยหน้าก็มีสูงยิ่งขึ้น ซึ่งทำให้ ส.ส. เกิดความกลัวและปฏิบัติหน้าที่ราวกับหุ่นยนต์ที่ต้องปฏิบัติตามคำสั่ง
 
ปัญหาที่เกิดขึ้น กลายเป็นประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่งในการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ต้องตอบให้ชัดว่า