การจ้างงาน

เมื่อไม่นานมานี้ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในงานสัมมนาแห่งปีTHAILAND 2018 จุดเปลี่ยนและความท้าทาย โดยมีเนื้อหาสำคัญ คือ ปี 2018 จะเป็นปีที่เศรษฐกิจจะเข้าสู่ยุครุ่งเรืองและจะใช้โอกาสที่มีอยู่เร่งแก้ไขปัญหาความยากจน โดยตั้งเป้าว่าคนไทยทุกคนที่ยังยากจนอยู่จะต้องหายจนให้ได้ในปีหน้า
 
และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว ภาครัฐมีแผนที่จะหาทางนำเงินงบประมาณที่จัดเก็บจากท้องถิ่นราว 2 แสนล้านบาทไปจัดสรรให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพื่อนำไปทำโครงการพัฒนาท้องถิ่น ทำให้เกิดการจ้างงาน พัฒนาวิสาหกิจชุมชนและดูแลผู้สูงอายุ พร้อมทั้งกระตุ้นการท่องเที่ยวสู่ภูมิภาค เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชน โดยให้นำค่าใช้จ่ายจาการท่องเที่ยวท้องถิ่นมาหักลดหย่อนภาษีได้ 1.5 หมื่นบาท เป็นต้น
 
คำประกาศดังกล่าวถือเป็นความท้าทายและทำให้เกิดการถกเถียงอย่างกว้างขวางว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่คนยากจนจะหมดไปในปีหน้าและจะเป็นไปได้อย่างไร ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วผมมีความคิดเห็นในเรื่องดังนี้
 

     หลายบทความก่อนนี้ ผมเคยนำเสนอเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมพัฒนาชุมชนท้องถิ่นของฮาร์วาร์ด อันมีผลนำการพัฒนาและความเจริญก้าวหน้ามาสู่ชุมชนท้องถิ่น อาทิ ด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา วัฒนธรรม สุขภาพ ศิลปะ เป็นต้น การมีส่วนร่วมพัฒนาชุมชนท้องถิ่นเป็นภารกิจสำคัญที่ผู้บริหารฮาร์วาร์ดต้องการผลักดันให้เกิดขึ้นอย่างจริงจัง อันสะท้อนถึงการมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคมของฮาร์วาร์ดด้วยอีกทางหนึ่ง 

     การมีส่วนร่วมพัฒนาชุมชนท้องถิ่นของฮาร์วาร์ดดังกล่าวนี้รวมถึงการให้บริการเสริมสร้างศักยภาพให้กลุ่มเด็กนักเรียนท้องถิ่น โดยฮาร์วาร์ดจะเป็นดังขุมทรัพย์ที่เปิดให้เด็กนักเรียนท้องถิ่นเข้ามาเรียนรู้ แสวงหา และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรของมหาวิทยาลัย มีส่วนช่วยเตรียมความพร้อมให้เด็กนักเรียนท้องถิ่นก่อนเข้าสู่ชีวิตการทำงานและการศึกษาในระดับที่สูงขึ้นต่อไป 

     กิจกรรมการให้บริการแก่เด็กนักเรียนท้องถิ่นของฮาร์วาร์ดได้รับความสนใจอย่างมาก แต่ละปีมีเด็กนักเรียนท้องถิ่นเข้าใช้บริการดังกล่าวนี้ เป็นจำนวนมาก อาทิ กิจกรรมการจ้างงานช่วงฤดูร้อน กิจกรรมการให้คำแนะนำปรึกษาด้านการเรียน กิจกรรมพาท่องเที่ยวเยี่ยมชมมหาวิทยาลัย เป็นต้น
กิจกรรมที่ฮาร์วาร์ดให้บริการแก่กลุ่มเด็กนักเรียนท้องถิ่นมีหลายกิจกรรม ผมวิเคราะห์ว่า กิจกรรมเหล่านี้เป็นประโยชน์ช่วยเสริมสร้างศักยภาพและการเรียนรู้ให้แก่เด็กนักเรียนท้องถิ่น ดังนี้ 


แหล่งที่มาของภาพ : http://1.bp.blogspot.com/-2kIcOjSbdqw/T9djptX6mvI/AAAAAAAAAlc/KoIjts5oJUA/s1600/asean1.jpg

ในบทความที่ผ่านมา ผมได้กล่าวถึง การเปลี่ยนแปลงของการพัฒนาประเทศไทยอันเนื่องจากการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในหลายมิติ บทความนี้จะนำเสนอการเปลี่ยนแปลงของการพัฒนาประเทศไทยใน 2 ประเด็นสุดท้าย ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงด้านความเสี่ยงและเสถียรภาพ และการเปลี่ยนแปลงความเป็นอิสระของการกำหนดนโยบายภาครัฐ


แหล่งที่มาของภาพ : http://blogs.worldbank.org/ic4d/files/ic4d/connect_id.jpg

หลังจากที่ผมได้นำเสนอการเปลี่ยนแปลงของการพัฒนาประเทศไทยซึ่งเป็นผลจากประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) มาแล้ว 5 ประเด็น พบว่า ประเทศไทยจะต้องเตรียมความพร้อมและพัฒนาประเทศด้วยมุมมองและในทิศทางที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง พัฒนาศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถให้โดดเด่นท่ามกลางนานาประเทศ ร่วมขับเคลื่อนให้เกิดการสร้างความไว้วางใจระหว่างประเทศอาเซียนด้วยกัน รวมถึงมียุทธศาสตร์ในการวางตัวอย่างเหมาะสมกับประเทศมหาอำนาจต่าง ๆ เพื่อมีช่องทางและโอกาสในการพัฒนาและสร้างประโยชน์ให้กับประเทศอย่างสอดคล้องกับทิศทางของโลก


แหล่งที่มาของภาพ : http://4.bp.blogspot.com/-39KaMf818qs/VGDL1bSXPII/AAAAAAAAKQg/3uz0OpRDtro/s1600/ASEAN_map33.png

เหลือเวลาอีกไม่ถึง 2 เดือน อาเซียนจะรวมตัวกันเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community: AEC) อย่างเป็นทางการ การเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ AEC เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ประเทศไทยอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านของการพัฒนา ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ประเด็นที่น่าสนใจ คือ AEC จะส่งผลต่อการพัฒนาประเทศของไทยในอนาคตอย่างไร?