ขอเสนออย่างสร้างสรรค์

ปัจจุบันเป็นโลกที่ทุกศาสตร์เชื่อมโยงถึงกัน และไม่อาจแยกออกจากกันได้ เพราะโลกปัจจุบัน เป็นโลกที่มีความซับซ้อน มากขึ้นปัจจุบันเป็นโลกที่ทุกศาสตร์เชื่อมโยงถึงกัน และไม่อาจแยกออกจากกันได้ เพราะโลกปัจจุบัน เป็นโลกที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ความปรารถนาและเป้าหมายของมนุษย์ก็มีความซับซ้อนมากขึ้น สิ่งที่ทำได้จึงมีเพียงการบูรณาการศาสตร์ต่างๆ เข้าด้วยกัน ผมมองขาดว่าในอนาคต การทำสิ่งใดๆ ที่อยู่ในขอบเขตเดิมจะไปไม่ได้ไกล ผู้ที่ขี่ยอดคลื่นเท่านั้นที่จะยังคงอยู่และไปต่อได้ ด้วยเหตุนี้ ผมจึงนำการคิดเชิงบูรณาการมารวมกับการบริหาร เกิดเป็นยุทธศาสตร์การบริหารอย่างมี ?ประสิทธิเขต? (Externality) หรือที่เรียกว่า ?ยุทธศาสตร์ประสานพลังบูรณาการขยายผลลัพธ์ไปนอกขอบเขต? เป็น 1 ใน 8 ยุทธศาสตร์ที่อยู่ในยุทธศาสตร์การบริหาร 8E โมเดล


บทความนี้ยังคงเกี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์การบริหารจากโมเดลการบริหารประสิทธิสภาพ 8E ที่ได้ดำเนินมาถึงยุทธศาสตร์ การบริหาร E ตัวที่ 6 แล้ว นั่นคือ ยุทธศาสตร์การบริหารเพื่อทวีคูณผลลัพธ์ที่เลอค่า หรือเรียกว่า การบริหารอย่างมีประสิทธิคูณ (Exponentiality)

สำหรับผม สิ่งที่ ?เลอค่า? ควรได้รับการทวีคูณและกระจายผลกระทบออกสู่ภายนอก จึงสร้างศัพท์คำว่า ?ประสิทธิคูณ? ขึ้นมา ซึ่งเกิดจากการรวมคำศัพท์ 2 คำ เข้าด้วยกัน ได้แก่ คำว่า ?ประสิทธิ?+?ทวีคูณ? เพื่ออธิบายความหมายของการทำให้ความสำเร็จหรือผลลัพธ์ที่ ?เลอค่า? ทวีคูณและขยายตัวออกเป็นวงกว้าง โดยการสร้างให้เกิดผลกระทบขยายอย่างมากมายเป็นวงกว้าง ทำได้โดยแนวทางและเครื่องมือ เช่น

บทความตอนนี้ ผมจึงขอนำเสนอ ?ยุทธศาสตร์การบริหารเพื่อผลลัพธ์ที่เลอค่า (Outdo Management Strategy)? หรือที่ผมเรียกว่าการบริหารอย่างมี ?ประสิทธิสาร (Esthetic-Worthiness)?

ผมสร้างคำว่า ?ประสิทธิสาร? ขึ้นมาจาก 2 คำ คือ ประสิทธิ+สาระ โดยคำว่า ?สาระ? มาจากคำว่า ?ผลสาร? อันหมายถึง แก่นสาระของผลที่เกิดขึ้น หรือสิ่งที่เป็นแก่นสาร เป็นประโยชน์ และเมื่อรวมกับคำว่า ?ประสิทธิ? แล้ว จึงหมายความว่า การทำให้สิ่งที่เป็นแก่นสาระหรือมีประโยชน์สำเร็จ ทั้งนี้สิ่งที่เป็นแก่นสาร จะต้องมีคุณค่าสูงสุดท่ามกลางสิ่งที่มีคุณค่าทั้งหลาย ซึ่งผมเรียกสิ่งที่มีคุณค่าสูงสุดนี้ว่า ?เลอค่า?

พิพิธภัณฑ์ฮาร์วาร์ดมีส่วนสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการพัฒนาสติปัญญาและการเรียนรู้ไม่เฉพาะแก่ประชาคมฮาร์วาร์ดเองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงกลุ่มเด็กนักเรียนท้องถิ่นที่สามารถใช้พิพิธภัณฑ์ดังกล่าวนี้เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ทางด้านศิลปะและประวัติศาสตร์ ช่วยให้การศึกษาเรียนรู้ของเด็กนักเรียนเหล่านี้มีชีวิตชีวา น่าสนใจ ลึกซึ้ง และสมจริงมากยิ่งขึ้น 

ยกตัวอย่างกิจกรรมความร่วมมือ 3 ฝ่ายระหว่างโรงเรียนมัธยมเอกชนในเมืองเคมบริดจ์ที่ชื่อว่า โรงเรียนรินดจ์และลาตินเคมบริดจ์ (Cambridge Rindge and Latin School หรือ CRLS) พิพิธภัณฑ์ศิลปะฮาร์วาร์ด (Harvard Art Museums) และโปรแกรมนักศึกษาฝึกสอนระดับบัณฑิตศึกษา (Graduate student teacher) ของบัณฑิตวิทยาลัยของคณะศึกษาศาสตร์ฮาร์วาร์ด (Harvard Graduate School of Education) ที่เปิดโอกาสให้เด็กนักเรียนจากโรงเรียนรินดจ์และลาตินเคมบริดจ์ได้เข้ามาสัมผัสเรียนรู้เกี่ยวกับศิลปะและประวัติศาสตร์ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะฮาร์วาร์ดงกล่าวนี้1

ปัญหาที่เกิดขึ้นมากมายในสังคมไทยในปัจจุบัน ผมเห็นว่ามีสาเหตุสำคัญประการหนึ่งเกิดจากกระบวนการบริหารที่ยังไม่ครบถ้วนทุกมิติ ผมได้ทบทวนเรื่องกรอบความคิดในการบริหารและพัฒนาไปสู่การสร้างโมเดลใหม่ "ยุทธศาสตร์การบริหาร 8E โมเดล" เมื่อหลายปีที่แล้ว

ในบทความนี้ ผมจะกล่าวถึง E ตัวที่ 4 ซึ่งผมขอสร้างคำเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า "Esteemed Valuableness" และสร้างคำเป็นภาษาไทยว่า "ประสิทธิคุณ"

ผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่องประสิทธิผลภาครัฐ ประจำไตรมาสที่ 2 ในภาพรวม คือประชาชนให้คะแนนภาครัฐที่ร้อยละ 57.73 ขยับขึ้นจากไตรมาสที่แล้วที่ได้คะแนนร้อยละ 52.15 ซึ่งผมได้วิเคราะห์ถึงปัจจัยที่ทำให้ดัชนีประสิทธิผลภาครัฐมีคะแนนเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1 มากที่สุดสามอันดับ ดังนี้

ในบทความครั้งที่แล้ว ผมได้เขียนถึงผลการสำรวจในภาพรวมของประสิทธิผลภาคเอกชน (Private Sector Effectiveness: PVE) ที่เป็นตัวชี้วัดด้านหนึ่งภายใต้ดัชนีประสิทธิผลประเทศไทย หรือ Thailand Effectiveness Index (TE Index)

ภาคเอกชนในที่นี้ หมายถึง ธุรกิจเอกชนไทยหรือต่างชาติที่ดำเนินการในประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร เช่น ร้านค้า สถานประกอบการ วิสาหกิจขนาดกลางและย่อม (SMEs) ห้างหุ้นส่วน บริษัทจำกัด บริษัทมหาชน

จากการอภิปรายผลดัชนีประสิทธิผลภาคเอกชน ประเด็นสำคัญ คือ ภาคเอกชนไม่ได้คำนึงถึงการดำเนินธุรกิจในระยะยาวเท่าที่ควร กล่าวคือ ยังลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาไม่มากพอ และการคิดค้นหรือประดิษฐ์เชิงนวัตกรรมยังมีน้อยมากเมื่อเทียบกับต่างประเทศ บทความตอนนี้จึงจะลงลึกในประเด็นดังกล่าว

ดัชนีประสิทธิผลภาคเอกชน แบ่งตัวชี้วัดออกเป็น 3 หมวด คือ หมวดด้านการสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ หมวดความรับผิดชอบต่อสังคม และหมวดสถาบันภาคเอกชน ซึ่งหมวดสถาบันภาคเอกชนได้คะแนนต่ำสุด

แนวโน้มโลกในอนาคตจะเกิดเศรษฐกิจหลายขั้วอำนาจมากขึ้น เพราะขั้วมหาอำนาจเดิมกำลังถดถอย ขณะที่เศรษฐกิจเกิดใหม่ ที่มีขนาดใหญ่มีศักยภาพในการขึ้นมาเป็นมหาอำนาจใหม่ ส่งผลให้เกิดการแข่งขันมากขึ้น

ประเทศเล็กๆ ต่างพยายามสร้างความยึดโยงกับมหาอำนาจต่างๆ เพื่อความมั่นคงและอยู่รอดของตนเอง เช่น อินโดนีเซียผลักดันตนเองหวังเป็นสมาชิกของ BRICS เมียนมาร์และกัมพูชา เปิดโอกาสให้มหาอำนาจทั้งหลายเข้ามาช่วยพัฒนาประเทศ โดยแลกเปลี่ยนกับผลประโยชน์ (เช่น แหล่งน้ำมันในทะเล)

เมื่อไม่นานมานี้ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ศึกษาเรื่องการเลื่อนเวลาเกษียณอายุราชการจาก 60 เป็น 65 ปีและเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีในเดือนเมษายนนี้ เพื่อให้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2494 ที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดอายุเกษียณราชการ 
 
สาเหตุที่เสนอให้แก้ไขประเด็นดังกล่าว เนื่องจาก ต้องการลดภาระค่าใช้จ่ายที่จะเกิดต่องบประมาณในการดูแลบุคลากรทั้งในด้านของอัตราค่าจ้าง ค่ารักษาพยาบาล รวมถึงเงินบำเหน็จบำนาญ ประกอบกับประเทศไทยมีปัญหาขาดแคลนแรงงาน เพราะกำลังเข้าสู่สังคมสูงอายุ และอัตราการเกิดน้อย

Due to limited resources and a lack of sufficiently appropriate personnel and sufficient competence amongst them, the public sector should not be the only sector responsible for driving the country forward. I believe that the private sector, the people sector (civil society sector) all need to participate and contribute in developing the country together. If these three sectors strongly cooperate with each other, the country will move forward more quickly and more successfully since all these sectors would be contributing their individual strengths which would help support each of them.