ขาดดุลการค้าจากน้ำมัน

ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมานั้นดุลการค้าของประเทศ ขาดดุลต่อเนื่องทั้ง 3 เดือน ซึ่งสาเหตุหลักของการขาดดุลการค้า คือ การนำเข้าน้ำมันจำนวนมาก

รัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเน้นการเพิ่มการส่งออก ปรับเป้าหมายการส่งออก เป็นร้อยละ 20 โดยหวังว่าการส่งออกที่เพิ่มขึ้นนี้จะช่วยทำให้ประเทศไทยไม่ขาดดุลการค้าหรือขาดดุลการค้าลดลง แต่ในความเห็นของผมคิดว่าการขยายการส่งออกนั้น ไม่เพียงพอที่จะแก้ไขปัญหาการขาดดุลการค้าได้ เนื่องจาก สาเหตุสำคัญยังไม่ได้รับการแก้ไข นั่นคือ เรายังคงต้องนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงจำนวนมากอยู่

การที่ประเทศไทยต้องนำเข้าน้ำมันจำนวนมากนั้นส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะการตรึงราคาน้ำมัน ซึ่งบิดเบือนกลไกตลาด ทำให้การใช้น้ำมันดีเซลในประเทศปี 2547 อยู่ในระดับสูง คือ เพิ่มขึ้น ร้อยละ 11.7 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2544-2546 อัตราเพิ่มเฉลี่ยเพียง ร้อยละ 5.4 ต่อปี ส่งผลให้สัดส่วนการใช้ดีเซลต่อน้ำมันรวมทุกประเภทในปี 2547 เพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ร้อยละ 47.1 จากร้อยละ 44.6 ในปี 2544

นอกจากนี้การตรึงราคาน้ำมันบิดยังสร้างภาระให้แก่ประชาชนมากขึ้นด้วย เนื่องจาก กองทุนน้ำมันได้ใช้เงินตรึงราคาน้ำมันไปแล้วถึง 83,594 ล้านบาท (26 เม.ย.2548) และรัฐบาลได้ออกพันธบัตรเพื่อหาเงินมาคืนโดยกำหนดอัตราดอกเบี้ย 5% ซึ่งเท่ากับว่าประชาชนต้องรับภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นปีละ 4,000 ล้านบาท โดยไม่จำเป็น

นอกจากการตรึงราคาน้ำมันดีเซลที่เป็นเหตุให้เกิดการนำเข้าน้ำมันมากขึ้นแล้วยังมีปัจจัยอื่นด้วย เช่น การพัฒนาพลังงานทดแทนไม่มีความก้าวหน้ามากนัก และประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่ต่ำ เห็นได้จากการที่ไทยต้องใช้พลังงานมากกว่าจึงได้จีดีพีเพิ่มขึ้นเท่ากันกับประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างสหรัฐหรือญี่ปุ่น

การผลักดันให้ภาคส่งออกขยายตัวโดยหวังว่าจะทำให้ประเทศไม่ขาดดุลเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก เพราะ การส่งออกจะทำได้ยากขึ้นในอนาคต เนื่องจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และความจำกัดในเรื่องความสามารถในการแข่งขันของไทย ดังนั้นถ้ารัฐบาลยังคงยืนยันจะตรึงราคาน้ำมันต่อไป โดยไม่มีแนวทางการแก้ไขปัญหาประสิทธิภาพการใช้พลังงานเชื้อเพลิง ฟันธงได้เลยว่า ในภาวะที่ราคาน้ำมันมีความผันผวน และมีแนวโน้มสูงขึ้นนี้จะทำให้ประเทศไทยขาดดุลการค้าต่อไปอีกนาน

admin
เผยแพร่: 
0
เมื่อ: 
2005-04-27