การศึกษา

การกำหนดทิศทางและนโยบายการจัดการศึกษาไทย จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องจัดทำฐานข้อมูล โดยวิเคราะห์และสกัดปัจจัยสำคัญออกมา บทความนี้นำเสนอปัจจัยภายนอก 5 ประการสำคัญที่มีผลต่อการจัดการศึกษาไทย ดังนี้

จากกระแสข่าวที่ว่า มีสถานศึกษาที่ออกวุฒิการศึกษาปลอมในประเทศไทย มีทั้งหมด 202 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นสถานศึกษาประเภทอาชีวศึกษา ประเภทพาณิชยการ สังกัดสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) วิทยาลัยเทคนิค สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และสถานศึกษา สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน (กศน.)

ภายหลังการประกาศใช้ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ซึ่งเป็นกฎหมายแม่บทในการจัดการศึกษาของประเทศไทย ได้มีการตรากฎหมายการศึกษาตามมาอีกหลายฉบับ ทั้งที่เป็น พ.ร.บ. พ.ร.ก. กฎกระทรวง ระเบียบ ข้อบังคับ และประกาศ เพื่อให้การบริหารและการจัดการศึกษาเห็นผลเป็นรูปธรรม แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาการบังคับใช้กฎหมายการศึกษายังมีความล่าช้า ในขณะที่มีการจัดโครงสร้างการบริหารของกระทรวงศึกษาธิการล่วงหน้าไปแล้ว

การดำเนินการปฏิรูปการศึกษานับว่าเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของคนในสังคม และดูเหมือนว่ารัฐบาลพยายามให้ความสำคัญ แต่ผลที่ปรากฏกลับไม่เป็นไปตามที่ฝัน ไม่ว่าจะเป็นสัมฤทธิ์ผลทางการเรียนข

ภายหลังการประชุมเชิงปฏิบัติการ ด้านการศึกษาเมื่อวันที่ 25-26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ท่านนายกฯ ได้ประกาศทุ่มงบประมาณหนึ่งแสนล้านบาท ให้แก่การศึกษาสำหรับใช้ในอีก 4 ปีข้างหน้า เพื่อนำไปใช้แก้ปัญหาหนี้ครู การสร้าง ซ่อมแซม ปรับปรุงอาคารเรียน และระบบสาธารณูปโภคในโรงเรียน การจัดสรรคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา และการลงทุนทำระบบใยแก้วนำแสง สำหรับเครือข่ายการศึกษาทางไกลทั่วประเทศ เป็นต้น งบดังกล่าวจึงถือว่าเป็นงบที่มหาศาลเนื่องจาก ในปีงบประมาณ 2547 ที่ผ่านมา กระทรวงศึกษาธิการได้รับงบในส่วนนี้เพียง 14,873 ล้านบาท

การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นและการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน เป็นหลักการส่วนหนึ่งของแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ แต่ถึงกระนั้นที่ผ่านมา การดำเนินการของรัฐในการกระจายอำนาจทางการศึกษาสู่ท้องถิ่น อยู่ภายใต้ความเห็นที่ขัดแย้งหลายด้าน ทั้งความเห็นจากผู้ที่มีส่วนร่วมในกระบวนการกระจายอำนาจการจัดการศึกษา ผู้รับมอบอำนาจในท้องถิ่น ผู้ได้รับผลกระทบ และผู้ที่มีสิทธิจัดการศึกษา

Pages