เศรษฐกิจ

Due to limited resources and a lack of sufficiently appropriate personnel and sufficient competence amongst them, the public sector should not be the only sector responsible for driving the country forward. I believe that the private sector, the people sector (civil society sector) all need to participate and contribute in developing the country together. If these three sectors strongly cooperate with each other, the country will move forward more quickly and more successfully since all these sectors would be contributing their individual strengths which would help support each of them.

เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2559 ผมได้มีโอกาสบรรยายเรื่อง ?ยุทธศาสตร์แรงงานไทยเพื่อประเทศไทยมีรายได้สูง? ในการสัมมนาโครงการสร้างเครือข่ายการแนะแนวอาชีพ ที่จัดโดยกองส่งเสริมการมีงานทำ กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน โดยมองถึงภาพรวมปัญหาแรงงานไทย ยุทธศาสตร์การพัฒนาแรงงาน รวมทั้งการเตรียมพร้อมแรงานไทยเพื่อก้าวไปสู่การเป็นประเทศรายได้สูง

ผมเห็นว่า การเตรียมพร้อมและการพัฒนาด้านแรงงานเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง สังเกตได้จากปัญหาแรงงานและตลาดแรงงานไทยในปัจจุบัน จึงปรารถนาที่จะนำเสนอทิศทางและแนวทางการเป็นแรงงานที่มีคุณภาพแก่แรงงานไทยทุกคน

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ผมในฐานะประธานสภาปัญญาสมาพันธ์ได้เผยผลสำรวจความเห็นของประชาชนและผู้เชี่ยวชาญ เพื่อจัดทำดัชนีประสิทธิผลประเทศไทย เป็นครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นผลสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับประสิทธิผลของภาคเอกชน (Private Sector Effectiveness: PVE) เป็นตัวชี้วัดด้านหนึ่งภายใต้ดัชนีประสิทธิผลประเทศไทย หรือ Thailand Effectiveness Index (TE Index) ซึ่งประกอบด้วยตัวชี้วัด 3 ด้าน คือประสิทธิผลภาครัฐประสิทธิผลภาคเอกชน และประสิทธิผลภาคประชาชน
ประสิทธิผลภาคเอกชนสะท้อนให้เห็นถึงการรับรู้ของประชาชนว่า ภาคเอกชนสามารถปฏิบัติหน้าที่หรือดำเนินการต่างๆ ได้บรรลุตามวัตถุประสงค์และเป้าหมาย โดยมีส่วนเสริมสร้างความเข้มแข็งของประเทศโดยรวม ตลอดจนเป็นไปตามความคาดหวังของประชาชนมากน้อยเพียงใด

In the previous article, I have spoken about the opportunity of Bangkok to become the capital city of ASEAN, especially as a center of trade and logistics, investment and office settings, tourism industry, and healthcare and beauty services.

Even though Bangkok has the opportunity to become the capital city of the region because of the advantages it faces due to its geographical location and strengths in some economic aspects, there are some important threats which reduce the opportunity for Bangkok becoming the center of the region and reduces the benefits associated with it becoming the center of the region. These are?


แหล่งที่มาของภาพ : http://1.bp.blogspot.com/-2kIcOjSbdqw/T9djptX6mvI/AAAAAAAAAlc/KoIjts5oJUA/s1600/asean1.jpg

ในบทความที่ผ่านมา ผมได้กล่าวถึง การเปลี่ยนแปลงของการพัฒนาประเทศไทยอันเนื่องจากการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในหลายมิติ บทความนี้จะนำเสนอการเปลี่ยนแปลงของการพัฒนาประเทศไทยใน 2 ประเด็นสุดท้าย ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงด้านความเสี่ยงและเสถียรภาพ และการเปลี่ยนแปลงความเป็นอิสระของการกำหนดนโยบายภาครัฐ

เมื่อสัปดาห์ก่อน ผมในฐานะประธาน ?สภาปัญญาสมาพันธ์? ได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวสภาปัญญาสมาพันธ์ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ผมและเพื่อนนักวิชาการชั้นนำของประเทศได้รวมตัวกัน เพื่อให้เป็นศูนย์รวมของผู้ทรงคุณวุฒิในหลากหลายแขนงวิชาที่มาร่วมกันศึกษา ค้นคว้า วิจัย ในเรื่องหรือประเด็นสำคัญที่มีผลกระทบต่ออนาคตของประเทศ เพื่อช่วยนำเสนอแนวคิดและกำหนดทิศทางพัฒนาประเทศอย่างมียุทธศาสตร์ที่คมชัด และมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายของประเทศอย่างแท้จริง


แหล่งที่มาของภาพ : http://blogs.worldbank.org/ic4d/files/ic4d/connect_id.jpg

หลังจากที่ผมได้นำเสนอการเปลี่ยนแปลงของการพัฒนาประเทศไทยซึ่งเป็นผลจากประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) มาแล้ว 5 ประเด็น พบว่า ประเทศไทยจะต้องเตรียมความพร้อมและพัฒนาประเทศด้วยมุมมองและในทิศทางที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง พัฒนาศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถให้โดดเด่นท่ามกลางนานาประเทศ ร่วมขับเคลื่อนให้เกิดการสร้างความไว้วางใจระหว่างประเทศอาเซียนด้วยกัน รวมถึงมียุทธศาสตร์ในการวางตัวอย่างเหมาะสมกับประเทศมหาอำนาจต่าง ๆ เพื่อมีช่องทางและโอกาสในการพัฒนาและสร้างประโยชน์ให้กับประเทศอย่างสอดคล้องกับทิศทางของโลก

 
บทความตอนที่ผ่านมา ผมได้วิเคราะห์เกี่ยวกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ว่า จะทำให้การพัฒนาประเทศของไทยเปลี่ยนแปลงไปใน 2 ประเด็น คือ (1) การเปลี่ยนแปลงขอบเขตของการพัฒนา ภาคส่วนต่าง ๆ จึงควรปรับมุมมองในการดำเนินงานให้มีขอบเขตกว้างมากขึ้น จากมุมมองภายในขอบเขตประเทศสู่มุมมองระหว่างประเทศ และ (2) การเปลี่ยนแปลงทิศทางการพึ่งพาต่างประเทศ จากการพึ่งพาตะวันตกสู่การพึ่งพาตะวันออกมากขึ้น (from West to East) และจากการพึ่งพาประเทศพัฒนาแล้ว สู่การพึ่งพาเศรษฐกิจเกิดใหม่มากขึ้น (from North to South)