เวลางาน…ควรทำงาน

 
 
ในช่วงที่ผ่านมา ข่าว “แชทในเวลางาน ถูกไล่ออก” คงเป็นข่าวที่สร้างความประหวั่นพรั่นพรึงให้กับบรรดาลูกจ้าง เพราะคงไม่มีใครคิดว่า เพียงการแชทหรือเล่นอินเตอร์เน็ตในเวลางาน ซึ่งไม่น่าจะเบียดบังเวลางานมาก กลับกลายเป็นความผิด ถึงขั้นเลิกจ้างได้ และแม้ลูกจ้างจะยื่นฟ้องต่อศาลแรงงานกลางว่า ถูกเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรม แต่ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้อง เพราะเป็นความจริงที่ทำให้บริษัทนายจ้างได้รับความเสียหาย
 
จากข้อมูลที่ทราบมา มีพนักงานประมาณ 30 คนแล้ว จากหน่วยงานต่าง ๆ ที่ถูกเลิกจ้าง เพราะเบียดบังเวลาทำงาน ไปใช้ในการแชทและเล่นอินเตอร์เน็ตนานกว่า 1 ชั่วโมง ในเรื่องส่วนตัว ทำให้ขาดความจดจ่อในการทำงาน ส่งผลให้งานที่ทำล่าช้า ต่ำกว่ามาตรฐาน ส่งงานไม่ทันตามกำหนด สร้างความเสียหายต่อองค์กร แม้ได้ตักเตือนด้วยวาจาและออกหนังสือเตือนแล้ว แต่ยังคงพฤติกรรมเช่นเดิม จึงต้องให้ออกจากงาน

 
ประเด็นนี้อาจจะเป็นเรื่องใหม่สำหรับสังคมไทย เพราะที่ผ่าน ๆ มา องค์กรหลายแห่งมักไม่ค่อยเข้มงวดมากนัก ในการทำเรื่องส่วนตัวในที่ทำงาน เช่น คุยโทรศัพท์ส่วนตัว คุยเล่นกับเพื่อนร่วมงาน ใช้เวลางานทำในเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานตนเองบ้าง ฯลฯ คนทำงานจึงไม่คิดว่า การแชทหรือเล่นอินเตอร์เนต ขณะที่ ‘คิดว่า’ ตนเองกำลังทำงานไปด้วย จึงไม่น่าเป็นเรื่องที่ผิดร้ายแรงแต่อย่างใด
 
ในความเป็นจริง เหตุการณ์นี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมการทำงานแบบ ‘ไทย ๆ’ ให้มีความเป็นสากลมากยิ่งขึ้น ซึ่งยังมีอีกหลายเรื่องที่คนทำงานไทยต้องเปลี่ยนแปลง ยกระดับการทำงานของตนเองให้เป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น  โดยเรียนรู้คุณค่าการทำงานแบบ ‘เอาใจเขามาใส่ใจเรา’ 
 
หากลองสมมติตัวเองเป็นเจ้าของบริษัท เราย่อมไม่พอใจหากพนักงานที่ควรใช้เวลาทำงานที่ต้องทำให้เสร็จตรงเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ กลับล่าช้าไป เพราะมัวแต่คุยโทรศัพท์กับเพื่อนที่โทรมาปรึกษาปัญหาส่วนตัว ดูทุกข้อความที่ปรากฏในหน้าเฟซบุ๊ค อินสตราแกรม และตอบทุกข้อความที่ส่งไลน์มา โดยไม่สนใจหรือคำนึงว่า  องค์กรจะเสียอะไร  ...แน่นอนว่า คงไม่มีองค์กรได้ที่พึงพอใจที่เห็นพนักงานใช้เวลางานอย่างไม่เหมาะสม เพราะเท่ากับลดประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่ควรได้จากการทำงาน และหากใช้เวลางานไปทำเรื่องส่วนตัว ย่อมเท่ากับเป็นการคอร์รัปชั่นเวลา เมื่อถูกจับได้ย่อมถูกตำหนิ ถูกตักเตือน และอาจถึงขั้นถูกลงโทษด้วยการไล่อออกได้ 
 
ดังนั้น เพื่อความยุติธรรมในการแลกเปลี่ยน เราจำเป็นต้องควบคุมตนเอง เราควรใช้เวลางานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด คุ้มค่ากับผลตอบแทนที่ได้รับ โดยเรียนรู้ที่จะคำนึงถึงประโยชน์ขององค์กร และจัดการตัวขโมยเวลาที่ทำให้เราเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ อาทิ 
 
ปิดสังคมออนไลน์ อย่าเสพติดตลอดเวลา  ในเวลาทำงาน เราควรปิดการสื่อสารเหล่านี้ไว้จนกว่าจะถึงช่วงเวลาพัก เพราะหากปล่อยให้เป็นนิสัยอาจจะถึงขั้นเสพติด คือ ต้องอ่านทุกข้อความเมื่อมีเสียงเตือนว่ามีข้อความใหม่ ๆ เข้ามา ต้องตอบทุกข้อความทันทีที่เพื่อน ๆ ส่งไลน์เข้ามา และไม่ว่าทำอะไรก็จะต้องถ่ายรูปและโพสต์เผยแพร่ทันที ฯลฯ ซึ่งการทำเช่นนี้ หลายครั้งไม่มีสาระสำคัญที่เชื่อมโยงและเป็นประโยชน์กับงานที่ทำเลย อาจทำให้เรามีความสุข แต่ไม่ได้งาน และทำให้เราถูกขัดจังหวะและเสียสมาธิในการทำงานได้ ทำให้เราสูญเสียประสิทธิภาพในการทำงานที่ต้องใช้การจดจ่อ ใช้ความคิด ใช้สมาธิสูง และทำให้องค์กรเสียประโยชน์ในที่สุด
 
ตรงเวลา อย่าคิดว่า “สายนิด สายหน่อยไม่เป็นไร” เราจำเป็นต้องสร้างวัฒนธรรมตรงต่อเวลา โดยเคารพต่อสิทธิของคนที่ต้องมารอเรา ซึ่งคนจำนวนไม่น้อยยังคงเพิกเฉย ไม่ให้ความสำคัญต่อการตรงต่อเวลา ในการนัดหมาย การประชุม มักคิดว่า มาก่อนเวลา มาตรงเวลา ก็ต้องมานั่งรอคนอื่นที่มาสาย แทนที่จะพยายามผลักดันให้ทุกคนมาตรงเวลา เลิกตรงเวลา โดยคิดว่า ในการประชุม 10 คน ถ้าคน ๆ หนึ่งมาสาย 15 นาที และทุกคนต้องรอเขา เท่ากับว่า ทำให้คนอีก 9 คนสูญเสียเวลาอันมีค่าของเขาไป คนละ 15 นาที หรือเสียเวลาโดยรวม 135 นาที หากเราตระหนักถึงความสำคัญในการเคารพสิทธิของผู้อื่น เราจะรักษาเวลาและใช้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
 
คุยเล่นช่วงพัก อย่าคุยเพราะชอบ หรือ ขัดไม่ได้  ในสังคมการทำงาน การมีเพื่อนร่วมงานที่สนิทสนม มีมิตรไมตรีที่ดีนั้นเป็นเรื่องปกติ แต่หลายครั้งอาจทำให้เราเสียเวลางานไปโดยที่เราไม่คาดคิด เพราะความเกรงใจของเรา เมื่อเพื่อนเริ่มเปิดบทสนทนา อาจเป็นการพูดคุยเรื่องทั่วไป เล่าเรื่องต่าง ๆ ให้ฟัง โดยที่เราไม่กล้าตัดบท เพราะเกรงจะเสียความสัมพันธ์ แต่ในความเป็นจริง สิ่งที่เราควรทำเพื่อเห็นแก่งานของเรา เห็นแก่งานภาพรวมขององค์กร เราควรรีบตัดบทการสนทนาให้เร็วที่สุด อาจบอกว่าเลิกงานค่อยคุยกันต่อ หรือขออนุญาตทำงานให้เสร็จก่อน 
 
รับโทรศัพท์สายสำคัญ อย่ารับทุกสาย  หากเรารับโทรศัพท์ที่โทรมาทุกสาย พูดคุยกับทุกคน โดยไม่มีความจำเป็น หรือไม่เกี่ยวข้องกับงานที่รับผิดชอบ เช่น การพูดคุยกับเพื่อน การฟังข้อเสนอของคนขายประกัน / ขายสินค้า ฯลฯ ย่อมเท่ากับเราเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ ดังนั้น เราควรตัดบทอย่างเร็วที่สุด หรือเปลี่ยนเป็นระบบฝากข้อความ และเปิดดูเมื่อมีเวลาว่าง ในกรณีที่เราต้องทำงานให้เสร็จทันเวลาที่กำหนด
 
เราต้องเรียนรู้ที่จะคิดถึงใจเขาใจเรา  โดยตระหนักว่า เวลางานของเราที่เสียไปแต่ละนาที แต่ละชั่วโมง สามารถตีมูลค่าเป็นตัวเงินได้ องค์กรย่อมเสียประโยชน์ และลองคิดในทางกลับกัน ถ้าเราขโมยเวลาขององค์กร ในตอนสิ้นเดือนเราถูกหักเงินเดือนไป ตามจำนวนที่เราไม่ได้ทำงาน หรือถึงขนาดเลิกจ้าง เราคงรู้สึกไม่ดี รู้สึกว่าองค์เข้มงวดเกินไป ทำเกินกว่าเหตุ แต่สิ่งที่เราทำลงไป องค์กรอาจสูญเสียประโยชน์ไปมหาศาลเช่นกัน 
 
ที่มา: งานวันนี้
ปีที่ 16 ฉบับที่ 727 วันที่ 3-10 มีนาคม 2558
 
ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์
นักวิชาการอาวุโส มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
kriengsak@kriengsak.com,
http:// www.kriengsak.com
 
แหล่งที่มาของภาพ : http://lifestyleinindia.com/wp-content/uploads/2014/09/office-work.jpg